รอจนแขกเหรื่อทยอยแยกย้ายกันไปนั่งกินข้าวจนเกือบหมด ซ่างกวนเหนียนเหนียนถึงค่อยถือแก้วไวน์เดินเข้ามา
เวินจือหนิงเห็นเธอมา ก็สั่งอย่างส่ง ๆ ว่า “พื้นสกปรกแล้ว รบกวนช่วยเช็ดให้ฉันหน่อยสิ”
เธอพยายามรักษารอยยิ้มไว้ “เรื่องพวกนี้เดี๋ยวฉันค่อยทำก็ได้ มา หนิงหนิง ชนแก้วกับฉันก่อน”
ไวน์ในมือถูกส่งให้เวินจือหนิงอย่างราบรื่น ซ่างกวนเหนียนเหนียนรู้สึกตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
แต่เวินจือหนิงยกขึ้นดมแล้วขมวดคิ้ว ก่อนส่งคืนให้เธอ “ไวน์นี่เหม็นแปลก ๆ เธอแน่ใจนะว่าเป็นไวน์ที่โต๊ะเราสั่งไว้”
ซ่างกวนเหนียนเหนียนรับมาดม “ไม่เห็นเหม็นเลย หนิงหนิง เธอดมผิดหรือเปล่า”
“งั้นเธอลองดูสิ” ชายหนุ่มข้างกายเวินจือหนิงเงยหน้ามองเธอ
“อ๋อ ได้ ฉันลองดู” ซ่างกวนเหนียนเหนียนจิบไปคำเล็ก ๆ แล้วยังจุ๊บปากลิ้มรส
“ก็ไม่มีรสแปลก ๆ นี่”
เวินจือหนิงคีบอาหารเข้าปาก กลืนลงไปแล้วค่อยพูดอย่างไม่รีบร้อนว่า “เธอดื่มไปแค่นิดเดียว จะลองรสออกได้ยังไง”
ซ่างกวนเหนียนเหนียนจึงดื่มอีกอึก พอแน่ใจว่าไม่เหม็นก็จะส่งให้เวินจือหนิงอีกครั้ง แต่ชายหนุ่มกลับยื่นมือมาขวางไว้
“แก้วนี้เธอดื่มเองไปแล้ว ยังจะให้ภรรยาฉันดื่มต่ออีกเหรอ เธอบ้าไปแล้วหรือไง”
“อย่ามาขวางฉันจูบกับเธอคืนนี้”
“พูดอะไรของนาย” เวินจือหนิงตบเขาเบา ๆ “ตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงได้หน้าด้านขนาดนี้”
เขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
พอได้ยินเขาพูดแบบนั้น ซ่างกวนเหนียนเหนียนถึงเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองดื่มไวน์แก้วนั้นไปแล้ว เธอตกใจจนถอยหลังไปสองก้าว
