มือของหลู่ฉีถิงชะงักกึก ริมฝีปากเผยอค้างจนลืมหุบ สีเลือดบนใบหน้าซีดหายไปในพริบตา
เสียงหัวใจของเขาดังก้องอย่างผิดปกติในห้องมืดสนิทอันเงียบงัน หนักอึ้งเสียจนแทบหายใจไม่ออก
“คุณ...” เขาพยายามเค้นเสียงของตัวเองออกมาอย่างยากลำบาก ก่อนถามเธอด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ตั้งแต่ก้าวเข้ามาแล้วเห็นคุณยืนอยู่บนเวที” น้ำเสียงของเวินจือหนิงแผ่วเบา “คุณหน้าตาเหมือนเขาทุกอย่าง แต่พอคุณปลอมเป็นเขาแล้วกลับดูไม่เหมือนเอาเสียเลย”
“คงเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ แล้วแกล้งเดินเข้าไปให้พวกเขาเห็นสินะ” เวินจือหนิงเกี่ยวคางเขาไว้
“ถึงกับไม่อยากให้ฉันแต่งงานกับเขาขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ใช่” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น
“ถึงกับอยากจูบฉันขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ใช่” เขาตอบอย่างตรงไปตรงมา “ยังไงคุณก็ลองกับเขามาแล้ว คืนนี้ลองกับผมบ้างก็ได้ ผมยังไม่เคยมีใคร ถ้าคุณชอบก็ใช้ผมได้เรื่อย ๆ”
“พี่ชายผมดูท่าจะไม่ไหวอยู่แล้ว” เขาถอดชุดนอนออก “น้องชายอย่างผมรู้จักดูสีหน้า แล้วยังไงก็ต้องปรนนิบัติพี่สะใภ้ให้ดี”
เวินจือหนิงลูบไฝใต้หางตาของเขา ก่อนจะเกี่ยวคางแล้วโน้มลงจูบ
เขาตอบรับอย่างรวดเร็ว ใช้นิ้วแยกเรียวขาของเธอออก แม้ใบหูจะแดงก่ำ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาหยุดสิ่งที่กำลังจะทำต่อไป
*
เช้าวันถัดมา เมื่อตื่นขึ้น หลู่ฉีถิงก็หายไปแล้ว
คุณแม่เวินมาหาเธอ ตอนนั้นเธอกำลังกินมื้อกลางวันอยู่ที่โต๊ะอาหารพอดี
“ไม่รู้หลู่คนนั้นเป็นอะไร เรียนก็ไม่ไปแล้ว ส่งข้อความกลับมาบอกว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศ แถมบอกว่าพี่ชายให้เงินมาแล้ว ให้เราไม่ต้องเป็นห่วง” คุณแม่เวินพูดถึงเรื่องนี้
