พอพูดประโยคนี้ออกมา หลินเชินกับเสวียเถาก็ชะงักไปด้วย
เสวียเถายื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าจอ เพ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ
“เอ๊ะ? เหมือนจะจริงด้วย! พี่หลิง ทำไมดูตัวเล็กลงเยอะเลยล่ะ?”
หลินเชินวางไม้จิ้มฟันลง แล้วมองอย่างตั้งใจเช่นกัน
“พอพูดแบบนี้แล้ว ดูไม่ค่อยเหมือนเดิมจริง ๆ ทั้งตัวให้ความรู้สึกเหมือนเด็กลงเลย”
เวินหลิงแตะปลายจมูกตัวเอง แล้วถอนหายใจอย่างจนใจ
“ฉันยังไม่มีโอกาสบอกพวกเธอเลย”
“ไม่กี่วันก่อนฉันทะลวงขั้นสำเร็จไง ตอนทะลวงขั้นสาม นอกจากจะมีปีกงอกออกมาแล้ว ยังกลายเป็นร่างลูกสัตว์ด้วย”
“ตอนนี้ฉันน่าจะอยู่ในร่างวัยเยาว์ของเผ่ามังกร ก็เลยดูเตี้ยกว่าเมื่อก่อนเยอะ”
เสวียเถากะพริบตาปริบ ๆ “วัยเยาว์เหรอ? แล้วตอนนี้สูงเท่าไหร่ล่ะ?”
เวินหลิงทำท่ากะระยะ “ประมาณ… สูงกว่าโต๊ะนิดเดียวมั้ง”
หลินเชินเกือบสำลักน้ำลาย “นี่เธอกลายจากสาวโตเต็มวัยเป็นเจ้าตัวจิ๋วไปเลยเหรอ?”
“ไม่ไหวแล้ว ฉันไม่กล้าเรียกพี่หลิงเลย ฟังแล้วแปลกสุด ๆ”
เสิ่นจือกลับยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็ว เธอพยักหน้าเบา ๆ
“มิน่าล่ะ แต่ก็ไม่ได้กระทบอะไรนี่ สู้ได้ วิ่งหนีได้ก็พอแล้ว”
เสวียเถาถามอย่างเป็นห่วงอีกครั้ง “แล้วต่อไปเธอจะสูงขึ้นอีกไหม?”
เวินหลิงเกาหัว “ฉันก็ไม่รู้ ตามหลักแล้วน่าจะได้นะ”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกถึงความทรงจำสืบทอดของเผ่ามังกรที่เคยพลิกดูในหัวขึ้นมาได้ จึงเสริมว่า
