เวินหลิงเหลือบมองข้อความบนจอ แล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ไปทางขวากันเถอะ ไปดูคลังสินค้าก่อน”
พูดจบเธอก็เปลี่ยนทิศทาง เดินไปตามรางรถไฟด้านขวาสองสามก้าว
จากนั้นยังหันกลับไปดูให้แน่ใจว่าทั้งสองคนตามมาทันแล้ว ถึงค่อยเดินต่อ
เพราะเวินหลิงเป็นผู้เริ่มดันเจี้ยนนี้ ข้อความบนจอจึงแชร์กันทั้งทีม ทางหลินเชินกับเสวียเถาเองก็เห็นข้อความชุดเดียวกันเลื่อนผ่านเช่นกัน
หลินเชินกำลังก้มมองทาง หางตาเหลือบเห็นตัวอักษรสองสามบรรทัดลอยผ่านขอบแผงสถานะของตัวเอง แต่ฝีเท้าไม่หยุด เพียงพูดขึ้นมาลอย ๆ
“โห ผู้ชมยังตื่นเต้นกว่าพวกเราอีก”
เสวียเถาก็เห็นเหมือนกัน เธอเดินตามหลังพลางพึมพำเสียงเบา
“ฟังแล้วฉันเริ่มกลัวขึ้นมาเลย……”
เวินหลิงที่เดินนำอยู่ข้างหน้าได้ยินคำพูดของเธอ ฝีเท้าชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไร
เธอเดินหน้าต่อ หางด้านหลังแกว่งเบา ๆ หนหนึ่ง ราวกับส่งสัญญาณให้ทั้งสองคนตามมาใกล้ ๆ
ข้อความบนจอเลื่อนผ่านไปอีกสองสามบรรทัด เวินหลิงไม่ได้หันไปดูอีก ส่วนหลินเชินก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
หลินเชินกับเสวียเถาจึงเดินตามหลังเธอไปเช่นนั้น เสียงฝีเท้าของทั้งสามสะท้อนก้องอยู่ในอุโมงค์อันเวิ้งว้าง
ทั้งสามเดินลึกเข้าไปตามรางรถไฟอีกช่วงหนึ่ง ระหว่างทางมีกล่องขนส่งที่พลิกคว่ำอยู่หลายใบ บนกล่องพิมพ์ตราผนึกมาตรฐานของสหภาพระหว่างดวงดาวเอาไว้
ตราผนึกบางส่วนขาดวิ่น เผยให้เห็นชิ้นส่วนโลหะกระจัดกระจายอยู่ข้างใน เปล่งประกายหม่น ๆ ใต้แสงสลัว
