ปัง! เสียงประตูปิดดังขึ้น
หลินหงเหมยชะงักไปครู่หนึ่ง “พี่สะใภ้ใหญ่ ทำไมพี่ถึงปิดประตูล่ะ แม่ยังรอให้พี่ทำอาหารเช้าอยู่นะ”
ซ่งเวยเวยหัวเราะเย็นชา “น้องสาว พวกเราไม่ได้มาจากหมู่บ้านเดียวกัน เธออาจไม่ค่อยรู้เรื่อง หมู่บ้านเถาฮวาของเรามีกฎว่า ลูกสะใภ้ที่แต่งเข้าบ้านใหม่สามวันแรกห้ามออกไปทำงานในนา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทำอาหารเลย นี่เป็นธรรมเนียมของหมู่บ้านเรา ในฐานะหญิงสาวจากหมู่บ้านเถาฮวา ฉันจะทำลายธรรมเนียมนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นต่อไปหญิงสาวจากหมู่บ้านเถาฮวาจะใช้ชีวิตกันยังไงล่ะ”
สีหน้าหลินหงเหมยเปลี่ยนไป “พี่สะใภ้ใหญ่ หมู่บ้านเถาฮวามีกฎแบบนี้ด้วยเหรอ พวกเราไม่รู้เลย แต่พ่อกับแม่ออกไปทำงานที่นาแล้วนะ ถ้าพี่ยังไม่รีบออกมาทำอาหารเช้า พวกท่านก็จะหิวเอา ถึงตอนนั้นถ้าพ่อกับแม่โมโห ฉันคงช่วยพี่ไม่ได้แล้ว”
ดอกบัวขาวชัด ๆ!! ซ่งเวยเวยแอบบ่นในใจ
ซ่งเวยเวยอ่านนิยายมามาก ย่อมรู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นดอกบัวขาวตัวแม่
เธอกลอกตาใส่ ก่อนจะตะโกนผ่านประตูไปหาหลินหงเหมยที่อยู่ข้างนอก “งั้นคงต้องรบกวนน้องสาวแล้วล่ะ ก่อนฉันแต่งเข้ามา คนในบ้านก็ต้องไปทำงานและกินข้าวเหมือนกัน ถ้าไม่มีธุระอะไร น้องสาวก็รีบไปทำอาหารเถอะ ไม่อย่างนั้นพ่อแม่กลับมาแล้วไม่มีข้าวกิน พวกท่านอาจจะโมโหเอานะ!”
หลินหงเหมยโกรธจนกำหมัดแน่น ไม่เป็นไร รอให้พ่อแม่กลับมาก่อน เธอจะฟ้องพวกท่าน แล้วให้จัดการผู้หญิงที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคนนี้ให้หนัก ตอนพี่สะใภ้รองแต่งเข้ามาใหม่ ๆ ก็ทำตัวแบบนี้ไม่ใช่หรือ ตอนนี้ยังเชื่อฟังเรียบร้อยดีเลย
หลินหงเหมยหันหลัง กำลังจะเดินไปห้องครัว ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงซ่งเวยเวยดังมาจากด้านหลัง
“น้องสาว ตอนกินข้าวอย่าลืมเรียกพี่สะใภ้ใหญ่ด้วยนะ เมื่อคืนพี่สะใภ้ใหญ่เหนื่อยมาทั้งคืน ตอนเช้าต้องกินข้าวให้ได้ล่ะ”
หลินหงเหมยโมโหจนกระทืบเท้าอยู่กับที่ ก่อนจะเดินเข้าครัวไปทำงาน
เฉาชิ่วหลันซึ่งนอนอยู่ในห้องข้าง ๆ ได้ยินบทสนทนาข้างนอกชัดเจนทุกคำ
เฉาชิ่วหลันอดยิ้มไม่ได้ เธอก้มลงลูบท้องตัวเอง
ดูท่าพี่สะใภ้ใหญ่คนนี้ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ยังดีที่ตอนนี้เธอกำลังท้อง ไม่อย่างนั้นอาหารเช้าวันนี้คงตกเป็นหน้าที่ของเธอแน่
คราวนี้บ้านคงครึกครื้นขึ้นแล้ว!!
ซ่งเวยเวยทิ้งตัวลงนอนบนเตียงดังตุบ เธอยืดเส้นยืดสาย ตั้งใจว่ากินอาหารเช้าเสร็จแล้วจะกลับเข้าห้องมานอนต่ออีกหน่อย เมื่อคืนเธอออกแรงไปเยอะมาก โดยเฉพาะยังเป็นครั้งแรกด้วย ต้องพักฟื้นให้เต็มที่หน่อย
คนบ้านหลินกลับจากทำงาน พอเดินเข้าลานบ้าน หลินหงเหมยก็รีบเดินเข้าไปหา
“พ่อ แม่ พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม กลับจากทำงานแล้วเหรอคะ ฉันทำอาหารเช้าเสร็จแล้ว พวกท่านไปล้างมือก่อนนะ เดี๋ยวฉันยกอาหารมาให้”
แม่หลินกวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนถามเสียงขรึม “พี่สะใภ้ใหญ่ของเธอล่ะ ทำไมเธอถึงเป็นคนทำอาหารเช้า”
หลินหงเหมยก้มหน้าตอบเสียงเบา “แม่คะ พี่สะใภ้ใหญ่ยังไม่ตื่นค่ะ”
“อะไรนะ?” พอได้ยินว่าซ่งเวยเวยยังไม่ตื่น แม่หลินก็เดือดขึ้นมาทันที “ยังไม่ตื่นงั้นเหรอ โอ๊ย บ้านหลินของเราดันได้ลูกสะใภ้ขี้เกียจมาแล้ว เธอไม่ได้เรียกหรือไง”
หลินหงเหมยตอบเสียงแผ่ว “เรียกแล้วค่ะ พี่สะใภ้ใหญ่บอกว่าเหนื่อย แล้วก็บอกว่าที่หมู่บ้านเถาฮวาของพวกเธอ ลูกสะใภ้ใหม่ห้ามออกไปทำงานในนาสามวัน ฉันก็เลยไม่กล้าเรียกซ้ำ กลัวพ่อกับแม่จะหิว เลยทำอาหารเช้าก่อนไปค่ะ”
แม่หลินโกรธจนหน้าแดง เธอหันไปมองหลินเว่ยตงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “ลูกใหญ่ นี่น่ะหรือภรรยาดี ๆ ที่แกแต่งกลับมา ฉันเห็นว่าเป็นวันแรกที่เข้าบ้าน เลยไม่ให้ลงนาไปทำงานด้วยกัน ผลกลับกลายเป็นว่าเจ้าตัวคิดว่าตัวเองเป็นบรรพบุรุษเสียแล้ว ยังจะมาพูดเรื่องธรรมเนียมหมู่บ้านเถาฮวาอีก! ฉันกินเกลือมาเยอะกว่าพวกแกกินข้าวเสียอีก มีกฎแบบนี้หรือไม่มี ฉันรู้ดีที่สุด”
หลินเว่ยตงขมวดคิ้ว “แม่ครับ เดี๋ยวผมเข้าไปดูในห้อง”
แม่หลินพูดเสียงเข้ม “แกนั่งอยู่ในโถงใหญ่ดี ๆ รอกินข้าวนี่แหละ ถึงเวลากินข้าวห้ามใครไปเรียกเธอทั้งนั้น”
หลินหงเหมยก้มหน้า ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
เฉาชิ่วหลันเห็นจังหวะเหมาะ จึงถือจานอาหารเดินออกมาจากครัว ผ่านหน้าทุกคนไปยังโถงใหญ่ แล้ววางอาหารลงบนโต๊ะ
ทุกคนนั่งประจำที่หลังล้างมือเสร็จ
อาหารของบ้านหลินแบ่งโดยแม่หลิน ผู้ชายได้แป้งแผ่นใหญ่คนละชิ้นกับน้ำข้าวหนึ่งชาม ส่วนผู้หญิงได้แป้งครึ่งชิ้นกับน้ำแกงหนึ่งชาม
ตอนแบ่งแป้ง แม่หลินให้พ่อหลินเพิ่มอีกครึ่งชิ้น ส่วนน้ำข้าวก็ข้นกว่าของคนอื่น
เฉาชิ่วหลันเหลือบมองก็เข้าใจจุดประสงค์ของแม่หลิน ที่แท้ก็เอาส่วนแบ่งของพี่สะใภ้ใหญ่ไปให้พ่อสามีนั่นเอง
พอแบ่งอาหารเสร็จ แม่หลินก็ทำหน้าบึ้งแล้วพูดกับทุกคน “กินข้าวกันได้แล้ว!”
ทุกคนหยิบตะเกียบ กำลังจะลงมือกิน ทันใดนั้นประตูก็ถูกผลักเปิด!
ซ่งเวยเวยเดินออกมาจากห้อง เธอยืดเส้นยืดสายแล้วพูดกับหลินหงเหมย “น้องสาว พี่บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าตอนกินข้าวให้เรียกพี่ ทำไมไม่ฟังคำพี่สะใภ้ใหญ่ล่ะ”
แม่หลินหรี่ตามองลูกสะใภ้ใหญ่ “ไม่ทำงานแล้วยังอยากกินข้าวอีกเหรอ ฝันไปเถอะ อาหารเช้าวันนี้แบ่งหมดแล้ว ในเมื่อเธอลุกจากเตียงไม่ไหว ก็ไม่ต้องกิน!”
ซ่งเวยเวยเลิกคิ้ว แล้วเดินไปนั่งข้างหลินเว่ยตง
หลินเว่ยหนานขยับเก้าอี้ให้ซ่งเวยเวยนั่ง
ซ่งเวยเวยนั่งลงข้างหลินเว่ยตง ร่างกายของหลินเว่ยตงแข็งทื่อ แต่ไม่ได้ขยับหนี
ซ่งเวยเววยกชามของหลินเว่ยตงขึ้นดื่มไปคำหนึ่ง
เพียะ! แม่หลินฟาดตะเกียบลงบนโต๊ะทันที
“สะใภ้ใหญ่ แกจะทำอะไร แย่งชามข้าวผู้ชายกินแบบนี้ อยากตายหรือไง!”
ซ่งเวยเวยเอ่ยอย่างใจเย็น “แม่พูดแบบนี้ได้ยังไงคะ ฉันเพิ่งแต่งเข้าบ้านมา ก็ไม่ให้ข้าวฉันกินแล้วเหรอ ตามหลักแล้วเสบียงอาหารในบ้านต้องแบ่งตามจำนวนคนไม่ใช่เหรอคะ ลืมนับสะใภ้ใหม่อย่างฉัน หรือจงใจไม่ให้ฉันกินกันแน่”
พูดจบ ซ่งเวยเวยก็หันไปมองหลินหงเหมย
หลินหงเหมยหน้าซีด เธอตีหน้าเศร้าพูดว่า “พี่สะใภ้ใหญ่... ไม่ใช่นะคะ... ฉัน...”
“หุบปากไปเลย!” แม่หลินด่าด้วยความโมโห “นังขี้เกียจ! ทั้งบ้านลุกขึ้นมาทำงานกันหมด มีแต่แกนอนอยู่ตรงนั้น บ้านไหนบ้างที่ลูกสะใภ้ไม่ตื่นเช้ามาทำอาหาร นี่ยังให้หงเหมยช่วยทำให้อีก หน้าด้านจริง ๆ! ฉันบอกแกไว้เลย กฎบ้านหลินคือทำงานถึงจะได้กิน ไม่ทำงานก็ไม่มีสิทธิ์กิน!”
ซ่งเวยเวยหัวเราะเย็นชา “ฉันไม่ได้ทำงานก็จริง แต่ที่กินเป็นข้าวของสามีฉัน ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะ”
พูดจบ เธอก็หันไปมองหลินเว่ยตง “หรือคุณก็คิดว่าฉันไม่ควรกินเหมือนกัน”
หลินเว่ยตงขมวดคิ้ว เขาไม่ได้ตอบซ่งเวยเวย แต่หันไปพูดกับแม่หลิน “แม่ครับ กินข้าวเถอะครับ เดี๋ยวหัวหน้าหน่วยผลิตจะตีกลองแล้ว”
แม่หลินโมโหจนแทบคลั่ง “ดีเลย! แกแต่งเมียแล้วลืมแม่! สะใภ้ใหญ่! ฉันบอกแกไว้เลย วันนี้ถ้าแกไม่ไปทำงานด้วย ก็อย่าหวังว่าจะได้กินข้าว!”
สีหน้าซ่งเวยเวยเย็นชาลงอย่างสิ้นเชิง เธอลุกขึ้นยืนแล้วมองแม่หลิน ก่อนหัวเราะเย็นชา
ซ่งเวยเวยเป็นสาวตงเป่ย ต่อให้ทะลุมิติมาก็ไม่กลัวหรอก! คิดจะรังแกเธอเหรอ?
ซ่งเวยเวยยกโต๊ะคว่ำทันที!!
