ฉีหลินผลักประตูเข้าไป ก็เห็นหลู่ซางหลิงที่เพิ่งล้างหน้าล้างตาเสร็จนอนกลับลงบนเตียงอีกครั้ง
ฉีหลินวางถาดอาหารลง เดินไปย่อตัวข้างเตียง แล้วเอาหน้าไปคลอเคลียแก้มหลู่ซางหลิง
“เหตุใดยังนอนอยู่อีก?”
“เจ้ายังกล้าถามอีกหรือ?” หลู่ซางหลิงหลับตา ยกมือดันหน้าฉีหลินออกไป
ฉีหลินยิ้มเจื่อน ๆ “ก็ข้าอดใจไม่ไหวนี่นา”
พอพูดถึงเรื่องนี้ หลู่ซางหลิงก็อยากต่อยเขาขึ้นมาอีก
เจ้าหมาฉีหลินนี่รู้จักทำตัวน่าเอ็นดูเก่งนัก หล่อนถูกเขากล่อมจนยอมแล้วซ้ำเล่า เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ถูกเขารังแกอยู่นาน
ตื่นเช้ามา เสียงก็แหบจนแทบไม่เป็นเสียง
“ไม่เชื่อฟัง” หลู่ซางหลิงถลึงตาใส่เขา
“อืม ข้าเป็นคนไม่ดี” เห็นหลู่ซางหลิงยังโกรธอยู่ ฉีหลินจึงประจบด้วยการเอาหน้าไปคลอเคลียแก้มนางอีกครั้ง
ถูกฉีหลินคลอเคลียไปมาราวกับลูกหมา หลู่ซางหลิงก็แสร้งทำหน้าบึ้งต่อไม่ไหว นางขยี้หัวเขาแรง ๆ ระบายอารมณ์ แล้วเชิดคางขึ้น “ข้าไม่อยากขยับ เจ้าหมาน้อย อุ้มข้าสิ”
“ได้~”
ฉีหลินลากเสียงยิ้ม ๆ อุ้มหลู่ซางหลิงไปยังโต๊ะตัวเล็ก แล้วคอยปรนนิบัตินางกินอาหาร
หลู่ซางหลิงมองปราดเดียวก็รู้ว่าบนถาดมีอาหารสำหรับสองคน แต่นางจงใจทำเป็นไม่รู้ แล้วกินอยู่คนเดียว
จนฉีหลินป้อนนางจนอิ่ม หลู่ซางหลิงถึงค่อยพูดเนิบ ๆ ว่า “อาหารเหลือตั้งเยอะ ทิ้งไปก็น่าเสียดายแย่”
ฉีหลินได้ยินก็รู้ทันทีว่าหลู่ซางหลิงกำลังคิดแผนอะไรอยู่ จึงยิ้มรับตามน้ำ “จริงด้วย น่าเสียดายแย่”
“แต่เจ้านายเอาของเหลือไปป้อนเจ้าหมาน้อยของตัวเองได้นะ” ฉีหลินเสนอขึ้นเอง
