จนรถจอดลง ทั้งสองถึงได้ยุติจูบนี้
ฉีหลินช่วยดึงสายเดี่ยวของหลู่ซางหลิงขึ้น จัดชายกระโปรงที่ยับเล็กน้อยให้เรียบร้อย แววตาและคิ้วคมเข้มของเขายังฉายความอาลัยอาวรณ์ไม่รู้จบ
หลู่ซางหลิงแกล้งทำเป็นไม่เห็น เร่งเขาให้ลงจากรถ “ถึงแล้ว รีบกลับไปได้แล้ว”
ฉีหลินขมวดคิ้ว “ไม่เข้าไปส่งผมเหรอ?”
“นายก็ไม่ได้เมาสักหน่อย จะต้องไปส่งอะไร?” หลู่ซางหลิงตอบด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน
“ผมเมาแล้ว” ฉีหลินกอดหลู่ซางหลิงไว้ไม่ยอมปล่อยอย่างหน้าด้าน ๆ “ไปส่งผมหน่อย”
“เดินแค่ไม่กี่ก้าวเอง ยังต้องให้ไปส่งด้วยเหรอ?”
“อืม ต้องไปส่ง ยังไงก็แค่ไม่กี่ก้าวเอง พี่หลิงไปส่งผมหน่อยนะ”
หลังจากฉีหลินตื๊อแล้วตื๊ออีก หลู่ซางหลิงถึงได้แสร้งทำเป็นจนปัญญาแล้วลงจากรถ
คืนนี้เดิมทีหลู่ซางหลิงก็ไม่ได้คิดจะกลับบ้านอยู่แล้ว แค่ตั้งใจแกล้งหยอกฉีหลินเท่านั้น
ทันทีที่เข้ามาถึงโถงทางเข้า ฉีหลินก็รีบปิดประตูอย่างรวดเร็ว
หลู่ซางหลิงพิงตู้พลางหัวเราะเบา ๆ “ฉีหลินน้อย ทำอะไรน่ะ?”
“ดึกขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องกลับหรอก พักที่นี่เถอะ”
ฉีหลินกลัวหลู่ซางหลิงจะปฏิเสธ จึงรีบก้มลงช่วยเธอเปลี่ยนรองเท้า
ยามปลายนิ้วสัมผัสข้อเท้าของหลู่ซางหลิง ฉีหลินก็อดลูบไล้เบา ๆ ไม่ได้
“ก็ได้”
หลู่ซางหลิงดึงเท้ากลับ ถอดเสื้อคลุมออกอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเดินขึ้นไปยังห้องชั้นบนอย่างคุ้นเคย
ฉีหลินมองแผ่นหลังอ้อนแอ้นของเธอในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำเข้ารูปเอว สายตาพลันเลื่อนลอยไปชั่วขณะ
เขารีบเปลี่ยนรองเท้าแล้วตามขึ้นไป แทรกตัวเข้าไปในห้องก่อนหลู่ซางหลิงจะปิดประตู
หลู่ซางหลิงมองฉีหลินที่รีบตามเข้ามา กลั้นยิ้มไว้ในใจ พลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ตามเข้ามาทำไมอีกล่ะ?”
