เล่นไปได้ไม่กี่ตา หลู่ซางหลิงก็เริ่มรู้สึกเหนื่อย
เธอวางจอยเกมไว้ข้าง ๆ แล้วขยับตัวเข้าหาเซี่ยหลินอวี่ ก่อนซุกศีรษะลงตรงซอกคอของเขา หามุมที่สบายที่สุด
สองมือก็โอบเอวเซี่ยหลินอวี่ไว้อย่างเป็นธรรมชาติ
เซี่ยหลินอวี่ชะงัก ได้ยินเสียงนุ่มนิ่มของน้องสาวดังขึ้นข้างหู “พี่ หนูง่วง”
เซี่ยหลินอวี่ก้มลงมอง เห็นหลู่ซางหลิงขดตัวเป็นก้อนเล็ก ๆ อยู่บนไหล่ หลับตาพริ้มอย่างไร้การระแวดระวัง ร่างกายขยับขึ้นลงเบา ๆ ตามจังหวะลมหายใจ
เซี่ยหลินอวี่จนปัญญากับนิสัยที่น้องสาวพอเริ่มง่วงก็ชอบขยับมาแนบชิดโดยไม่รู้ตัว
มือของเขาค้างอยู่กลางอากาศ ไม่กล้าขยับส่งเดช แต่ปากกลับหยอกเย้า “โตขนาดนี้แล้ว ยังจะอ้อนกอดพี่นอนอีกหรือ?”
หลู่ซางหลิงได้ยินก็ลืมตาขึ้น จ้องเซี่ยหลินอวี่เขม็ง น้อยครั้งนักที่เธอจะไม่เถียงกลับ
หัวใจเซี่ยหลินอวี่กระตุกวูบ เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ ๆ ก็รู้สึกร้อนรนขึ้นมา
แพขนตาของหลู่ซางหลิงหลุบต่ำ ดวงตาคู่งามคลอด้วยประกายน้ำบาง ๆ
เธอเม้มริมฝีปาก ถามเสียงอู้อี้ว่า “โตแล้วก็ไม่ใช่น้องสาวพี่แล้วหรือคะ?”
“โตแล้วก็กอดพี่นอนไม่ได้แล้วหรือคะ?”
คำถามสองข้อซัดใส่เซี่ยหลินอวี่จนสมองอื้ออึงว่างเปล่า ถ้อยคำทั้งหมดติดอยู่ในลำคอ
แน่นอนว่าเธอเป็นน้องสาว
แต่ทั้งคู่โตกันแล้ว ย่อมนอนชิดสนิทสนมกันเหมือนตอนเด็ก ๆ ไม่ได้อีก
น้องสาวยังเด็ก ไม่เข้าใจระยะห่างระหว่างชายหญิง แล้วคนเป็นพี่อย่างเขาจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ด้วยหรือ?
