เซี่ยหลินอวี่ชะงักงัน ดวงตาที่พร่าเลือนด้วยความง่วงงุนพลันแจ่มชัดขึ้น
เมื่อเห็นหลู่ซางหลิงอยู่ใกล้แค่เอื้อม หัวใจของเซี่ยหลินอวี่ก็เต้นเร็วขึ้นอย่างไร้สาเหตุ
เซี่ยหลินอวี่ไม่มีเวลาคิดให้ถี่ถ้วน จึงขยับถอยไปทางขอบเตียงตามสัญชาตญาณ เว้นระยะห่างจากหลู่ซางหลิง
“หลิงหลิง?” ริมฝีปากของเซี่ยหลินอวี่สั่นระริก กว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ก็ผ่านไปครู่ใหญ่
เห็นเขาถอยหนี หลู่ซางหลิงขมวดคิ้วอย่างงุนงง ร่างที่นอนตะแคงขยับเล็กน้อย ก่อนจะเข้ามาใกล้อีกนิด
“พี่ชาย หลบข้าทำไม?”
เสียงของเซี่ยหลินอวี่สั่นเครือ “หลิงหลิง มาทำอะไรที่นี่?”
“มานอนกับพี่ชายน่ะสิ” หลู่ซางหลิงตอบอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาฉ่ำวาวไร้เดียงสา
เซี่ยหลินอวี่เบือนหน้าหนีอย่างกระอักกระอ่วน ไม่กล้าสบสายตาสะอาดบริสุทธิ์ไร้มลทินของหลู่ซางหลิง
แม้จะรู้ว่าแค่นอนด้วยกันเฉย ๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เซี่ยหลินอวี่ยังคงปฏิเสธ “หลิงหลิง ไม่เหมาะสม”
“ไม่เหมาะตรงไหน? ท่านเป็นพี่ชายของข้านะ” หลู่ซางหลิงถามอย่างน้อยใจ “หลายวันก่อนข้าก็กอดพี่ชายนอนมิใช่หรือ?”
เซี่ยหลินอวี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงฝืดเฝื่อน “คราวนั้นไม่เหมือนกัน”
นอนพิงกันกับนอนราบด้วยกันจะเหมือนกันได้อย่างไร?
ในค่ำคืนมืดมิดชวนให้ใจหวั่นไหวเช่นนี้ ชายหญิงที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วนอนเบียดชิดกัน อันตรายเกินไป
“ไม่เหมือนตรงไหน? ข้าจะนอนกับพี่ชาย”
ก่อนที่เซี่ยหลินอวี่จะทันปฏิเสธ หลู่ซางหลิงก็เอ่ยเสียงเบาทั้งขอบตาแดงก่ำ “ข้าคิดถึงพี่ชาย”
แววตาของนางเปี่ยมล้นด้วยความคิดถึงและความอาลัย พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา
