“อุบาสิกา อย่าได้กล่าววาจาเหลวไหล”
จี้จ้าวก้มสายตาลง มือข้างหนึ่งวางไว้เบื้องหน้า ก่อนค้อมกายคารวะเล็กน้อย
“อาตมาเป็นผู้บวช ย่อมถือว่าสรรพชีวิตเสมอภาคกัน มีเมตตากรุณาเป็นที่ตั้ง”
“อาตมาปฏิบัติต่อท่าน ไม่ต่างจากสรรพชีวิตทั้งหลาย”
จี้จ้าวยืนนิ่งอยู่บนระเบียง ร่างทั้งร่างถูกโอบล้อมด้วยแสงจันทร์ ประหนึ่งจันทร์หน้าพระพุทธรูปที่ไร้ทั้งสุขและเศร้า
“เจ้าพระหัวเหม็น ปากแข็งเข้าไปเถอะ”
หลู่ซางหลิงแค่นเสียงเบา ๆ ไม่เชื่อเขาสักนิด
รอให้บาดแผลหายดีเสียก่อน นางจะดูซิว่าปากของจี้จ้าวจะแข็งสักแค่ไหน
ถึงตอนนั้นนางจะจูบเขาให้ตายไปเลย
เมื่อกลับถึงห้องฌานแล้ว จี้จ้าวก็ก้มลงปูผ้าห่มผืนสะอาด ทันทีที่ยืดตัวขึ้น หลู่ซางหลิงก็หย่อนกายนั่งลงไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
นางยึดตำแหน่งตรงกลางไว้ทันที มือทั้งสองยันอยู่ข้างกาย เอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นเชิดคางให้เขาอย่างลำพอง
หลู่ซางหลิงแกว่งขาเบา ๆ กระดิ่งเงินที่ข้อเท้าส่งเสียงกังวานไพเราะดุจเสียงสวรรค์ตามจังหวะเคลื่อนไหว
จี้จ้าวหลุบตามองหลู่ซางหลิงที่ยึดครองเตียงสมาธิของเขาไว้อย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนคารวะให้นางอย่างสงบนิ่ง
“เชิญอุบาสิกาตามสบาย”
เห็นจี้จ้าวหันหลังทำท่าจะเดินจากไป หลู่ซางหลิงก็รีบลุกขึ้นคว้าจีวรของเขาไว้ รั้งไม่ให้ไป
หลู่ซางหลิงยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว มุมปากยกสูง “พระหัวโล้น เจ้าอยากนอนกับข้าด้วยไหม?”
“อุบาสิกา เรื่องนี้ไม่เหมาะสม”
“อุบาสิกาอยู่นั่น อุบาสิกาอยู่นี่ ฟังแล้วน่ารำคาญจะตาย” หลู่ซางหลิงแค่นเสียง “ข้าชื่อซางหลิง หลู่ซางหลิง”
