นอกภูเขาปู้จือ ซ่งอี้เสวียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้าไปในที่สุด
นับแต่วันนั้นที่นางรับปากเว่ยเสวียนว่าจะสืบเรื่องนี้ให้กระจ่าง ซ่งอี้เสวียนก็ตรวจค้นบริเวณรอบภูเขาปู้จือจนทั่ว แต่กลับไม่พบร่องรอยของนางมารแม้แต่น้อย
มิน่าเล่า เว่ยเสวียนกับพวกถึงได้ยืนกรานว่านางมารอยู่ในภูเขาปู้จือ
แต่สิ่งที่จี้จ้าวกล่าวในวันนั้นดูไม่เหมือนเรื่องโกหก
บางทีนางมารแห่งพรรคมารอาจซ่อนตัวอยู่ในภูเขาปู้จือ เพียงแต่จี้จ้าวยังไม่พบเท่านั้น
ซ่งอี้เสวียนกระชับกระบี่อ่อนในมือ ไม่ว่าอย่างไร นางก็จะไม่ปล่อยคนของพรรคมารไปเด็ดขาด
เห็นแก่ไมตรีในวันวาน จี้จ้าวคงไม่ไล่นางออกไป
แต่เรื่องนี้ต้องแจ้งจี้จ้าวให้ทราบก่อน รอให้เขาอนุญาตแล้ว นางจึงค่อยพาคนเข้ามาตรวจค้นได้
อย่างไรเสีย กลอุบายของพรรคมารก็ยากจะป้องกัน ซ่งอี้เสวียนไม่ได้โอหังถึงขั้นคิดว่าตนจะจับนางมารได้เพียงลำพัง
คิดได้ดังนั้น ซ่งอี้เสวียนก็เร่งมุ่งหน้าไปยังวัดไร้นาม
-
นอกวัดไร้นาม ลู่ซางหลิงมองไก่ป่าที่เพิ่งจับได้อย่างจนปัญญา
หลังสาดน้ำใส่หน้าจี้จ้าวตรงสระบัว ลู่ซางหลิงก็ออกจากวัด แล้วบังเอิญพบไก่ป่าตัวนี้เข้า
ลู่ซางหลิงไม่ทันคิดอะไรก็จับมันไว้ทันที
แต่นางไม่ถนัดทำอาหารเลยสักนิด จึงยังคิดไม่ออกว่าจะจัดการมันอย่างไรดี
จี้จ้าวไม่มีทางทำอาหารให้นางแน่
แต่จะให้ลู่ซางหลิงปล่อยมันไป นางก็ไม่ค่อยเต็มใจนัก
ในตอนนั้นเอง จิตสังหารเย็นเยียบสายหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามา
ลู่ซางหลิงไม่หันกลับไป
และไม่ขยับแม้แต่น้อย
ลู่ซางหลิงราวกับไม่รู้สึกถึงสิ่งใด ความสนใจยังคงอยู่ที่ไก่ป่าในมือ
