ทางฝั่งเจียงเหย่ คำขอเป็นเพื่อนของหลู่ซางหลิงยังคงค้างอยู่อย่างนั้น ไม่เคยได้รับการตอบรับ
เพื่อนร่วมชั้นที่ไม่น่าเชื่อถือชวนเธอเล่นเกมอยู่หลายครั้ง แต่หลู่ซางหลิงกลับไม่เคยเจอเจียงเหย่เลยสักครั้ง
ต่อมาเธอแสร้งถามไปอย่างแนบเนียน จึงได้รู้ว่าช่วงนี้เจียงเหย่เล่นคนเดียวมาตลอด ใครชวนก็ไม่ไป
หลู่ซางหลิงพอจะเดาออกว่าเจียงเหย่จงใจหลบหน้าเธอ ยอมเล่นคนเดียวก็ยังดีกว่าเปิดโอกาสให้เธอเข้ามาร่วมวงแม้แต่นิดเดียว
หลู่ซางหลิงเองก็ไม่ได้ใส่ใจ
วันนั้นเจียงเหย่หลับตั้งแต่เที่ยงจนเลิกเรียน พอตื่นขึ้นมา ห้องเรียนก็ว่างเปล่าไร้ผู้คนไปนานแล้ว
เจียงเหย่ลุกขึ้นอย่างงัวเงีย ยกมือขยี้ผมแล้วนั่งพักอยู่ที่โต๊ะครู่หนึ่ง
ขณะที่กำลังจะหยิบกระเป๋านักเรียนกลับบ้าน เขาก็เห็นหลู่ซางหลิงถือไม้กวาดกับที่ตักผงเดินเข้ามา
เจียงเหย่กวาดสายตามองไปรอบห้อง พบว่าห้องเรียนสะอาดเอี่ยมเรียบร้อย แม้แต่ถังขยะก็ใส่ถุงขยะไว้แล้ว
“ทำไมมีแค่เธอที่อยู่เวรล่ะ” เจียงเหย่ถาม เสียงทุ้มแหบพร่า น้ำเสียงเรียบเฉยจนฟังไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร
หลู่ซางหลิงวางไม้กวาดกับที่ตักผงเข้าที่อย่างไม่รีบร้อน ก่อนสบตาเจียงเหย่แล้วตอบว่า “ตอนแรกก็มีอีกคน”
เจียงเหย่ขมวดคิ้วเมื่อได้ยิน “แล้วคนนั้นล่ะ”
หลู่ซางหลิงก้าวเดินไปหาเจียงเหย่ พลางตอบเสียงเรียบว่า “นอนอยู่”
คราวนี้เจียงเหย่ถึงนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นเวรของเขา
คิ้วของเขาจึงขมวดแน่นยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะจ้องหลู่ซางหลิงตรง ๆ “ทำไมไม่ปลุกฉัน”
หลู่ซางหลิงหัวเราะเบา ๆ แล้วจงใจลากเสียงยาว “ฉันจะกล้าได้ยังไงล่ะ”
