หลู่ซางหลิงได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้น เดินไปยังประตูตำหนักแล้วลองผลักดู
เป็นไปตามคาด ประตูถูกลงกลอนจากด้านนอก
“จี้จ้าว! เปิดประตูให้ข้า!” หลู่ซางหลิงทุบประตูตำหนักอย่างแรง
ด้านนอกตำหนักไม่มีเสียงใดตอบกลับมา
โทสะในใจหลู่ซางหลิงยิ่งปะทุขึ้น “อย่ามาแกล้งตาย ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ข้างนอก เปิดประตู!”
“อาหลิง ข้ารับรองกับเจ้าว่าทุกอย่างจะจบลงในไม่ช้า”
เสียงของจี้จ้าวดังลอดผ่านประตูเข้ามาแผ่วเบา “รอข้า”
“ข้าอนุญาตให้เจ้าตัดสินใจเองตั้งแต่เมื่อใด?” น้ำเสียงของหลู่ซางหลิงพลันเย็นเยียบ ทุกถ้อยคำราวกับถูกเค้นออกมาจากริมฝีปากและซอกฟัน
“ขอโทษ”
เมื่อคำพูดนี้สิ้นสุดลง ก็ไม่มีใครเอ่ยอะไรอีก บรรยากาศพลันเงียบงัน
หลู่ซางหลิงรู้ดีว่านางเปลี่ยนการตัดสินใจของจี้จ้าวไม่ได้
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน จนจี้จ้าวคิดว่าหลู่ซางหลิงคงไม่พูดอีกแล้ว ถ้อยคำเย็นเยียบประหนึ่งเคลือบน้ำแข็งของนางจึงดังขึ้นอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไปตายเสีย”
ในเมื่อจี้จ้าวยืนกรานจะเผชิญทุกอย่างเพียงลำพัง นางก็จะทำตามที่เขาปรารถนา
ต่อให้เขาตายอยู่ข้างนอก นางก็จะไม่ก้าวออกไปแม้แต่ก้าวเดียว
หลู่ซางหลิงลดมือลง สายตาเหลือบไปเห็นแถบผ้าแดงตรงหน้า จึงเพิ่งสังเกตว่าจี้จ้าวถักผมให้นางใหม่
ดูเหมือนเขาจะกลัวว่านางนอนแล้วไม่สบาย จึงแกะมวยผมออกแล้วถักเปียข้างให้
หลู่ซางหลิงเม้มปาก ก่อนกระชากแถบผ้าแดงออกด้วยความโมโห
ใครใช้ให้เขามายุ่งเรื่องของนาง!
หลู่ซางหลิงยกมือขึ้น กำลังจะขว้างผ้าแดงในมือใส่ประตู ทว่าสายตากลับเหลือบเห็นว่าด้านในของผ้ามีตัวอักษรเขียนอยู่
นางชะงักมือแล้วค่อย ๆ คลี่ผ้าแดงออก
