ซ่งอี้เสวียนสงสัยมานานแล้ว
ตอนที่นางแจ้งเบาะแสของหลู่ซางหลิงให้บิดาทราบ แต่บิดากลับไม่ได้ส่งคนไปจับกุมในทันที นางก็เริ่มสงสัยในตัวบิดาของตน
ซ่งอี้เสวียนคิดไม่ตก เหตุใดบิดาจึงต้องติดต่อสำนักอื่นให้ไปจับตัวหลู่ซางหลิง
ที่นางยิ่งคิดไม่ตกก็คือ ทั้งที่หลู่ซางหลิงมีวรยุทธ์ธรรมดา เหตุใดถึงมีเจ้าสำนักและผู้อาวุโสมากมายเดินทางไปด้วยตนเอง
นางจึงส่งคนไปสืบ
กระทั่งความลับเมื่อเจ็ดปีก่อนก็ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาด้วย
ถึงได้รู้ว่า คนมากมายกลับบีบคั้นหญิงสาวกำพร้าที่ไร้ความสามารถในการปกป้องตนเองให้ต้องหนีเข้าพรรคมาร เพียงเพื่อคัมภีร์วรยุทธ์ที่ไม่มีอยู่จริง
คนพวกนั้นยังปกปิดเรื่องราวได้แนบเนียนนัก อ้างตนว่ากำจัดคนชั่วผดุงคุณธรรม แล้วไล่ล่าหลู่ซางหลิงไม่หยุด
สุดท้ายก็ทำไปเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนทั้งนั้น
ช่างน่าขันสิ้นดี
บิดาของซ่งหยุดฝีเท้า “หากข้าต้องการคัมภีร์ในมือนาง เหตุใดต้องบอกเบาะแสของนางให้ผู้อื่นรู้ด้วย?”
“ไม่ใช่เพราะท่านต้องการหยั่งเชิงฝีมือของจี้จ้าวหรอกหรือ?”
ซ่งอี้เสวียนเผยยิ้มขื่น น้ำตารินไหลลงมาในที่สุด
ที่แท้บิดาของนางก็ไม่ต่างจากคนทั่วไป
“ท่านพ่อ ท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือ? หากมีคัมภีร์วรยุทธ์เช่นนั้นจริง เหตุใดหลู่ซางหลิงถึงไม่ฝึก?”
“แล้วเหตุใดพรรคมารจึงไม่ยึดเอาไว้?”
เพราะคัมภีร์เล่มนี้ไม่มีอยู่จริงตั้งแต่แรก
ทั้งที่มีคนฉลาดอยู่มากมาย แต่กลับไม่ยอมรับความจริงข้อนี้
“ท่านพ่อ อย่าทำผิดต่อไปอีกเลย กลับตัวเถิด”
บิดาของซ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจากไปโดยไม่เอ่ยอะไรสักคำ
