ภายใต้สายตากดดันของเซี่ยหลินอวี่ หลู่ซางหลิงพยักหน้าอย่างว่าง่าย
“สร่างแล้ว”
เซี่ยหลินอวี่ยกมุมปากบาง ๆ “เช่นนั้นก็ดี”
“พี่ชาย ข้าหิวแล้ว อยากกิน...” หลู่ซางหลิงรู้สึกได้ว่าท่าไม่ดี จึงรีบเปลี่ยนเรื่องด้วยการไล่บอกชื่ออาหาร
เซี่ยหลินอวี่ไม่ได้ขัดจังหวะนาง ตั้งใจฟังจนจบแล้วจึงค่อยเอ่ยขึ้น “ได้ พี่ชายจำไว้หมดแล้ว”
หลู่ซางหลิงยังไม่ทันได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก เซี่ยหลินอวี่ก็เปลี่ยนเรื่องขึ้นมา
“แต่เรื่องนี้ยังไม่ต้องรีบ พี่ชายมีบางอย่างอยากคุยกับหลิงหลิง”
หลู่ซางหลิงพลันระแวดระวังขึ้นมา
“พี่ชาย มีอะไรก็ค่อยพูดหลังจากข้ากินอิ่มแล้วได้ไหม”
“แล้วถ้าหลิงหลิงกินอิ่มแล้วอ้างว่าง่วงเพราะกินแป้งมากเกินไป จนร้องจะนอนอีกล่ะ?”
เซี่ยหลินอวี่รู้ทันกลเม็ดอิดออดของนางเป็นอย่างดี
หลู่ซางหลิงฝืนใจตอบ “ข้าไม่ทำหรอก”
“อืม...พี่ชายยังไม่ทันพูดอะไร หลิงหลิงก็รู้สึกผิดเสียแล้วหรือ?” เซี่ยหลินอวี่เอ่ยเนิบช้า “ดูท่าคงเดาออกแล้วว่าพี่ชายจะพูดอะไรสินะ?”
“ข้าเปล่าสักหน่อย!”
เซี่ยหลินอวี่มองดวงตากลมโตที่หลู่ซางหลิงเบิกกว้าง น้ำตาคลอในดวงตาคู่นั้นทำให้เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มออกมา
“กลัวอะไร? เมื่อคืนยังบอกอยู่เลยว่าไม่กลัวพี่ชาย”
หลู่ซางหลิงฟังออกว่าเขากำลังหยั่งเชิง จึงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องทันที “อะไรหรือ? พี่ชาย เรื่องเมื่อคืนข้าจำไม่ค่อยได้แล้ว”
หลู่ซางหลิงแสดงได้แนบเนียนยิ่ง คิ้วขมวดเล็กน้อย ทำท่าราวกับกำลังพยายามนึก
เซี่ยหลินอวี่ชะงักไปนิดหนึ่ง ชั่วขณะนั้นเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าน้องสาวกำลังแกล้งทำ หรือจำไม่ได้จริง ๆ กันแน่
