อิงหรูซื่อนิ่งไปครู่หนึ่ง
แม้จะไม่ค่อยถูกกาลเทศะนัก แต่...
นี่แหละใช่เลย
นี่ต่างหากคือผีสาวงามในโทรศัพท์ที่คลั่งไคล้เขาจนถอนตัวไม่ขึ้น
“ตื่นได้แล้ว เจ้าตายไปแล้ว”
อิงหรูซื่อดีดหน้าผากหลู่ซางหลิงเบา ๆ ทว่ากลับชะงักงันด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาสัมผัสตัวนางได้โดยตรง
หรือเป็นเพราะอยู่ในความฝัน จึงแตะต้องกันได้?
อิงหรูซื่อยังไม่ทันคิดต่อ หลู่ซางหลิงก็ยกมือกุมหน้าผาก พลางโวยวายอย่างไม่พอใจ “สามีใจร้าย! ข้าเกลียดท่าน เกลียดท่าน เกลียดท่าน...”
อิงหรูซื่อแอบถอนหายใจในใจ ก่อนดึงมือนางลง แล้วตบปลอบเบา ๆ
“เชื่อฟังหน่อย”
หลู่ซางหลิงฮึดฮัดเสียงหนัก แต่ไม่พูดอะไร
อิงหรูซื่อนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนลูบรอยช้ำบนมือของนางอย่างแผ่วเบาโดยไม่ตั้งใจ แล้วเอ่ยช้า ๆ ว่า “เหตุและผลล้วนเที่ยงแท้ กรรมสนองย่อมไม่คลาดเคลื่อน”
“หากเจ้าเชื่อใจข้า ก็ปล่อยให้ข้าจัดการเรื่องนี้เอง ใช้วิธีของโลกปัจจุบันขจัดความอาฆาตของเจ้า”
“สามีพูดอะไรน่ะ ข้าฟังไม่เข้าใจ”
หลู่ซางหลิงจับมืออิงหรูซื่อไว้ แล้วโน้มตัวเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว จนแทบชนจมูกเขา
กลิ่นหอมของดอกไม้เน่าเคล้ากับกลิ่นคาวน้ำจาง ๆ ลอยเข้ามา ชวนให้รู้สึกเหนียวเหนอะ เย็นชื้น และอึดอัด
อิงหรูซื่อขมวดคิ้ว “ยืนให้ดี”
“อ้อ”
หลู่ซางหลิงซึ่งเท้าไม่แตะพื้นลอยลงมาอย่างว่าง่าย เท้าเปล่าเหยียบลงบนหลังเท้าของอิงหรูซื่อ
อิงหรูซื่อก้มมอง แต่ไม่พูดอะไร
หลู่ซางหลิงมองตามสายตาเขาไปยังเท้าของตน นิ้วเท้างองุ้มเล็กน้อย ก่อนเอ่ยอย่างน้อยใจว่า “เท้าข้าเย็น”
