ทั้งสี่คนกลับถึงวิลล่าตอนฟ้ามืดแล้ว
เมื่อรู้ว่าหลู่ซางหลิงไม่ได้รับบาดเจ็บ ทุกคนก็พากันโล่งอก
“มา ๆ คืนนี้ดื่มกันต่อ ให้พี่หลิงหายตกใจหน่อย” ผังป๋อหย่วนยกแก้วขึ้นชักชวน
“มีอะไรให้ตกใจกัน? แค่เผลอล้ม ไม่ได้ถลอกสักนิด” ปากพูดเช่นนั้น แต่หลู่ซางหลิงก็หยิบแก้วขึ้นมาชนกับทุกคน
ฉีหลินวางแก้วลง กวาดตามองหลู่ซางหลิงอย่างมีนัย ก่อนเอ่ยเนิบ ๆ “วางใจเถอะ ข้าปลอบขวัญพี่หลิงอย่างดีแล้ว”
หลู่ซางหลิงปรายตามองฉีหลิน แล้วเตะเขาใต้โต๊ะ
“มีพี่ฉีอยู่ทั้งคน พวกเราจะมีอะไรให้ไม่วางใจล่ะ? มา ดื่มกัน”
เห็นหรวนอิ่งเซวียนเงียบมาตลอด หลู่ซางหลิงจึงถามด้วยความห่วงใย “วันนี้เล่นสนุกไหม อิ่งเซวียน?”
หรวนอิ่งเซวียนชะงักมือ เงยหน้ามองหลู่ซางหลิง เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
ในใจนางเหมือนมีก้อนปุยนุ่นอุดตันอยู่ จะว่าทุกข์ใจก็ไม่ถึงกับนั้น แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดีนัก
ตอนนี้หรวนอิ่งเซวียนเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้ว
ตอนฉีหลินกับหลู่ซางหลิงจากไป ผังป๋อหย่วนกับอีกคนเดิมทีคิดจะตามไป แต่กลับถูกเริ่นหลานขวางไว้
จากนั้นเริ่นหลานก็เสนอว่าจะพานางไปเที่ยวเล่น
เริ่นหลานสนิทกับหลู่ซางหลิงที่สุด ด้วยนิสัยเย็นชาของนาง ย่อมไม่มีทางพูดเช่นนั้นขึ้นมาโดยไร้เหตุผล ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเลือกพูดตอนหลู่ซางหลิงบาดเจ็บ
เมื่อคิดเช่นนี้ เหตุผลเดียวที่เริ่นหลานทำแบบนั้นก็คือ
นางทำตามคำขอของหลู่ซางหลิง เพื่อมาดูแลหรวนอิ่งเซวียน
หรวนอิ่งเซวียนไม่คิดว่าจะมีใครยังมีอารมณ์พาคนนอกไปเที่ยวเล่น ในยามที่เพื่อนสนิทบาดเจ็บ
หากไม่ใช่เพราะไม่ใส่ใจเพื่อนสนิท
