หากเรียกวิญญาณกลับมาแล้วแก้ปัญหาได้ อิงหรูซื่อก็ไม่อยากใช้วิธีรุนแรงเกินไป
หลังถามวันเดือนปีเกิดของโจวหมิงจนกระจ่าง อิงหรูซื่อจุดธูปสามดอกบนโต๊ะ มือขวาถือกระดิ่งสามบริสุทธิ์ มือซ้ายคีบยันต์นำวิญญาณแผ่นหนึ่ง
อิงหรูซื่อหลับตาท่องคาถา พลางเขย่ากระดิ่งสามบริสุทธิ์เบา ๆ
ละอองหมอกชื้นค่อย ๆ ลอยขึ้นรอบด้าน อากาศชื้นแฉะอย่างยิ่ง ไอเย็นโอบอุ้มไอน้ำชื้นชุ่มแนบกาย แทรกซึมเข้ามาทีละนิ้ว
เฉียนจิ่งกับอีกสองคนกอดแขน หดคอโดยไม่รู้ตัว อดกลั้นไม่กล้าส่งเสียง
ทันใดนั้น กระดาษยันต์ก็ลุกไหม้ขึ้นเอง แสงไฟค่อย ๆ ส่องให้เห็นเงาร่างพร่าเลือนขดตัวอยู่ตรงมุมห้อง
เงานั้นดูราวกับเพิ่งผุดขึ้นจากน้ำ ก้มหน้าต่ำ ร่างสั่นระริก ส่งเสียงสะอื้นแผ่วเบาอย่างคลุมเครือ
มันถูกแรงชักนำให้ลอยเข้ามา แต่ก็คล้ายหวาดระแวงบางสิ่ง จึงลังเลไม่กล้าก้าวต่อ
ลมเย็นเยียบพัดวูบขึ้นในห้อง ทำให้กระดิ่งสามบริสุทธิ์สั่นดังกรุ๋งกริ๋ง กลิ่นดอกไม้เน่าเหม็นที่อบอวลอยู่ทั่วห้องยิ่งเข้มข้นขึ้น
สีหน้าอิงหรูซื่อเคร่งขรึม เขาตวาดเสียงเข้มว่า “กลับไป!”
เงาร่างสะดุ้งไปทั้งตัว ส่งเสียงคร่ำครวญยาวเหยียด กางแขนพุ่งเข้ามา แต่กลับเลือนหายไปในพริบตาราวกับว่าวที่สายขาด
กระดาษยันต์ไหม้หมดแล้ว หมอกสลายกระจาย บรรยากาศรอบด้านกลับคืนสู่ความสงบ
โจวหมิงนอนอยู่บนเตียง ยังคงหมดสติไม่ฟื้น
“ท่านอาจารย์ ธูปดับแล้ว!” เฉียนจิ่งร้องอย่างตื่นตระหนก
มารดาของโจวหมิงชะงักไป ใจคอไม่สงบ เดินเข้าไปใกล้ ดวงตาเปี่ยมความหวังจับจ้องอิงหรูซื่อ “ท่านอาจารย์ เมื่อครู่ข้าเหมือนเห็นลูกชายของข้า เขากลับมาแล้วหรือเจ้าคะ?”
