เผยจี้จ้าวไม่ลืมคำพูดที่หลู่ซางหลิงเอ่ยตอนเมามาย
ตอนนั้นเขาไม่ได้ฉวยโอกาสตอนนางขาดสติ แต่ตอนนี้นางตื่นแล้ว เขาก็ต้องทวงคืนให้ได้
หลู่ซางหลิงได้ยินดังนั้นก็กะพริบตาเบา ๆ ไม่พูดอะไร เพียงมองเผยจี้จ้าวด้วยแววตาอ่อนโยน
รู้จักกันมานานถึงเพียงนี้ เผยจี้จ้าวจะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่านางกำลังยินยอม
แต่เขาก็ยังต้องการท่าทีที่ชัดเจนจากนาง
ปลายนิ้วค่อย ๆ เคลื่อนเข้าไป ก่อนแตะลงบนริมฝีปากนางอย่างแผ่วเบา
ริมฝีปากของนางนุ่มนิ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนพัดผ่านหลังนิ้วของเขา ความร้อนนั้นแล่นจากปลายนิ้วไปจนถึงก้นบึ้งหัวใจ
ลูกกระเดือกของเผยจี้จ้าวขยับเล็กน้อย ใบหน้าเย็นชาดุจหยกยังคงสงบนิ่ง ทว่าติ่งหูกลับแดงระเรื่ออย่างเงียบเชียบ
“ได้หรือไม่?” เผยจี้จ้าวถามนางอีกครั้ง “อาหลิง ข้าอยากจูบเจ้า”
หลู่ซางหลิงกะพริบตาอีกครั้ง ดวงตาหงส์งามจับใจฉ่ำวาวราวกับมีระลอกคลื่น
เผยจี้จ้าวสัมผัสได้ว่านางใช้ริมฝีปากถูไถนิ้วมือเขาเบา ๆ คล้ายเร่งเร้าอยู่เล็กน้อย
ปลายนิ้วของเผยจี้จ้าวชะงักไปนิด ความแดงที่ปลายหูยิ่งเด่นชัดขึ้น เขาเม้มปาก ก่อนเอ่ยอย่างจนใจว่า “เจ้ากลับเล่นลูกไม้อีกแล้ว”
ทั้งชอบออดอ้อน ทั้งชอบเล่นลูกไม้
ทุกอย่างต้องตามใจนางถึงจะได้
เผยจี้จ้าวไม่พูดอะไรอีก เขาชักมือกลับ โอบเอวหลู่ซางหลิงไว้ แล้วหลุบตาลงจุมพิตริมฝีปากนาง
ที่แท้ริมฝีปากของนางนุ่มนิ่มยิ่งกว่าที่ปลายนิ้วสัมผัสได้เสียอีก
เผยจี้จ้าวค่อย ๆ รุกล้ำเข้าไปอย่างหยั่งเชิง
นุ่มเหลือเกิน หวานเหลือเกิน
อาหลิงของเขาน่าจูบถึงเพียงนี้เชียว
ชอบนางจริง ๆ
ชอบจนอยากจูบนางให้ตายไปข้างหนึ่ง
ไกลออกไป บรรดาองครักษ์และสาวใช้ที่แอบมองอยู่ต่างตาค้าง กว่าจะหาเสียงของตนเจอก็ผ่านไปครู่ใหญ่
“สวรรค์ นี่เป็นภาพที่พวกเราดูได้หรือ?” องครักษ์คนหนึ่งยกมือปิดตา แต่ก็อดแหวกนิ้วแอบมองอย่างระมัดระวังไม่ได้
