เปิดร้านอาหารข้างทาง เขย่าทั้งเมืองหลวง

บทที่ 5 เอาอีกเจ็ดไม้!

6 นาที· 1.3K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

หนัวหมี่กอดกล่องขนมไว้ รีบลงบันไดมา กำลังจะเดินจากไป

ทันใดนั้นก็มีเสียงหญิงสาวใสกังวานรั้งไว้

นางหันไปมอง แท้จริงคือถังหูหลูนั่นเอง!

“แม่นาง ถุงหอมของเจ้าตก”

เจียงมั่วมือหนึ่งถือถังหูหลู ยิ้มพลางแบมือ ถุงหอมสีเหลืองนวลวางอยู่กลางฝ่ามือ

หนัวหมี่ลูบชายเสื้อดู ถุงหอมหายไปจริง ๆ

“ขอบคุณแม่นาง” นางรับถุงหอมคืน โค้งตัวขอบคุณ

เจียงมั่วก็คารวะตอบเช่นกัน

หนัวหมี่แอบชำเลืองมองถังหูหลูเป็นประกายนั้น

คิดในใจ หรือนี่คือสวรรค์ลิขิต?

“ถุงหอมนี้คุณหนูข้ามอบให้ แม่นางช่วยเตือนข้า มิให้ทำหาย ข้าไม่รู้จะขอบคุณแม่นางอย่างไรดี”

“เรื่องเล็กน้อย ไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง” เจียงมั่วว่า

หนัวหมี่ร้อนใจ “ไม่ได้นะ ข้า ข้าซื้อถังหูหลูแม่นางสักสองไม้เถิด!”

เจียงมั่วชะงัก รู้สึกแปลก ๆ เหมือนคนผู้นี้หมายตาถังหูหลูนางอยู่ก่อนแล้ว

“ย่อมได้” นางหยิบสองไม้ห่อให้ “สองไม้เจ็ดสิบอีแปะ”

หนัวหมี่ไม่ทันคิด หยิบเจ็ดสิบอีแปะยื่นให้นาง

เมื่อคนเดินไปไกลแล้ว นางหยิบออกมาหนึ่งไม้ กัดเข้าไปคำหนึ่ง

ผ่านตลาดที่เสียงผู้คนอึกทึกครึกโครม ข้างหูมีเสียงเคลือบน้ำตาลแตกเปราะ

ปลายลิ้นสัมผัสเคลือบน้ำตาลหวานกรอบก่อน พร้อมกลิ่นหอมไหม้จาง ๆ จากนั้นคือซานจารสเปรี้ยวฝาดที่คว้านเม็ดออก เนื้อสัมผัสค่อนข้างนวล

ความเปรี้ยวยังไม่ทันพุ่งขึ้น ก็ถูกความหวานไหม้ของเคลือบน้ำตาลกลบไว้

สองรสค่อย ๆ พันเกี่ยวกัน เปรี้ยวแฝงหวาน กรอบแฝงนุ่ม!

กัดหนึ่งคำ น้ำลายไหลเต็มปาก!

ดวงตาหนัวหมี่สว่างวาบขึ้นทันใด

อร่อยเพียงนี้

ไม้ที่เหลือเก็บไว้ให้คุณหนู

นางกินหมดหนึ่งไม้ ห่อไม้ที่เหลือให้ดี ถือกล่องขนมรีบกลับหอสาจิน

ลู่อี่เหยาและสหายสาวอีกสองคนกำลังจิบชารอขนมอยู่

หางตาเหลือบเห็นหนัวหมี่ ค่อนข้างไม่พอใจ

“หนัวหมี่ เจ้าทำไมเพิ่งกลับมา เวลาผ่านไปนานปานนี้”

หนัวหมี่คุกเข่าคารวะ “ขอคุณหนูได้โปรดอภัย ภัตตาคารเสียงรุ่ยมีคนซื้อขนมมาก บ่าวต่อคิวนานสักหน่อยเจ้าค่ะ”

นางวางขนมลงบนโต๊ะ ให้คุณหนูทั้งสามได้ทาน

กำลังจะถอยออกไป ลู่อี่เหยาจู่ ๆ ก็เอ่ยปาก “เดี๋ยวก่อน ในมือเจ้าคืออะไร?”

หนัวหมี่เผชิญสายตาของคุณหนูสามนาง ลังเลตอบว่า “ระหว่างทางพบพ่อค้าเร่ขายถังหูหลู ก็เลยซื้อติดไม้กลับมาให้คุณหนูลองชิม”

พลาดแล้ว นางลืมอีกสองนางไปได้อย่างไร

ถังหูหลูมีแค่ไม้เดียว สามคนจะแบ่งกันอย่างไร?

“ถังหูหลู?” ลู่อี่เหยาประหลาดใจ “ของกินเล่นแปลกใหม่อะไร เหตุใดข้าไม่เคยเห็น? ให้ข้าดูหน่อย”

เปิดกระดาษคราฟต์ที่ห่ออยู่ชั้นนอกออก

ถังหูหลูสีแดงระเรื่อแวววาวไม้หนึ่งปรากฏแก่สายตา

เคลือบน้ำตาลสีเหลืองอ่อนสะอาดใส สะท้อนเงาตะเกียงหลิวหลีเหนือศีรษะ ทะลุชั้นเคลือบนั้น มองเห็นทุกจุดบนซานจาได้ชัดเจน

ก็...ดูชวนกินยิ่งนัก

ลู่อี่เหยาหงายหน้า สบกับสายตาจ้องตะกละของสองนาง

“...ดูดีไม่แน่ว่าอร่อย ข้าลองชิมก่อน” นางกล่าวอย่างใจเย็น

แล้วนิ้วมือเรียวงามหยิบถังหูหลูขึ้นมา กัดผลหน้าสุดหนึ่งลูก

ลู่อี่เหยาเคี้ยวสองที ใบหน้าน้อยเปลี่ยนไปเล็กน้อย

นางวางส่วนที่เหลือเกินครึ่งไม้กลับลงบนกระดาษคราฟต์ ดูเหมือนหมดความสนใจ

“รสชาติก็ไม่เท่าไหร่ สู้ขนมภัตตาคารฝูรุ่ยไม่ได้” นางชวนสหายสาว “เร็วสิ มากินขนมกันเถอะ”

หนิงหรูเยียนนั่งตรงข้ามลู่อี่เหยา สายตากวาดผ่านถังหูหลู ไปหยุดที่ขนม

ไม่รู้เพราะเหตุใด นางยังรู้สึกว่าถังหูหลูลูกสวยนั้นน่ากินกว่า

“ในเมื่อไม่อร่อย เช่นนั้นให้ข้าลองชิมเถอะ ข้ายังไม่เคยกินผลไม้ป่าอย่างนี้เลย...” นางว่าแล้วเอื้อมมือไปหยิบถังหูหลู

นึกว่าจะหยิบได้ราบรื่น ใครจะคาดมือเพิ่งแตะกระดาษคราฟต์ ลู่อี่เหยาก็ตวัดมือตะปบลงบนถังหูหลู แรงรวดเร็วและเฉียบคมผิดธรรมดา

หนิงหรูเยียน: “...?”

นางค่อย ๆ เงยหน้า สบตากับลู่อี่เหยา

ห้องเงียบกริบลงชั่วขณะ

หนิงหรูเยียนหัวเราะเย็นชา ชักมือกลับ ยืนขึ้นพลางค่อย ๆ จับชายแขนเสื้อขึ้นอย่างเนิบนาบ

ลู่อี่เหยาลุกตาม หรี่ตา กำหมัดแน่น

ท่ามกลางสายตาลุ้นระทึกของเหล่าสาวใช้—เริ่มเป่ายิ้งฉุบ???

“ออกมาดี ๆ นะ สามไพ่ทหาร สี่รวยทรัพย์ ห้าจอมยุทธ หกหกหก...”

สาวใช้ทั้งหลาย: “...”

ชั่วขณะหนึ่ง ไม่รู้ว่าคุณหนูบ้านไหนส่งเสียงดังกว่า

ฉินจิ้งเสียนผู้ทำตัวเป็นกุลสตรีที่สุดนั่งหลังตรงไร้สีหน้า เอื้อมมือหยิบถังหูหลูไป

กร้วมกร้วม

หืม?

อร่อยดี

กินอีกลูกเถอะ

กร้วมกร้วมกร้วม

ลู่อี่เหยาฝ่าด่านห้าด่านพิชิตหกแม่ทัพ จนได้ชัยชนะอย่างภาคภูมิใจหันกลับมาหาถังหูหลู

รอยยิ้มหยุดแข็ง

อ๊ากกก!!!

ถังหูหลูไม้เบ้อเริ่มของนางหายไปไหนแล้ว??!

ลู่อี่เหยาหน้าเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

อืออืออือ

นางเพิ่งได้ชิมไปลูกเดียวแท้ ๆ

“คุณหนู” หนัวหมี่ลังเล เดินเข้าไป “พ่อค้าเร่ขายถังหูหลูคือแม่นางสองคน คนหนึ่งสวมผ้าคลุมหน้า ยกฟางข้าวต้นสูงมาก เห็นเด่นชัด หากไปตามตอนนี้ ต้องตามทันแน่”

แต่ว่ายังมีถังหูหลูเหลืออยู่หรือไม่ ก็ไม่แน่แล้ว

ลู่อี่เหยาฮึกเหิม “ดี! พวกเจ้ารีบไปซื้อ! ออกไปตามหาทั้งหมด! ข้าจะกินอีกสองไม้! ไม่ สามไม้!”

หนิงหรูเยียนก็กลับเป็นสาวงามเยือกเย็น สั่งสาวใช้ตน

“พวกเจ้าไปด้วย”

ฉินจิ้งเสียนจิบน้ำชา แล้วส่งสายตาให้สาวใช้คนสนิท

สาวใช้คนสนิทเข้าใจแล้วถอยออกไป

-

เจียงมั่วไม่รู้เลยว่ามีคนตามหาตน

นางกินถังหูหลูเสร็จ สวมผ้าคลุมหน้าอีกครั้ง หยิบถังหูหลูหนึ่งไม้ ใช้ไม้จิ้มฟันทิ่มซานจาลงมา ให้ลูกค้าที่สนใจได้ลองชิมฟรี

วิธีนี้กลับได้ผลดีนัก

พริบตาเดียวขายออกไปสิบกว่าไม้

“เอ๊ะ? แม่นางนี่เอง! เจ้าของร้านเกี๊ยวซุปไก่!”

เจียงมั่วเหม่อไปชั่วขณะ ตรงหน้ามีคนเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน

นางยิ้มละมุน “คุณชายช่างบังเอิญยิ่ง เพิ่งเลิกกะหรือ?”

คนนี้คือมือปราบน้อยหานโยวที่ซื้อเกี๊ยวนางเมื่อเช้านั่นเอง

เขาแม้แต่ชุดมือปราบก็ยังไม่ได้เปลี่ยน ดังนั้นเจียงมั่วจึงจำได้ตั้งแต่แรกเห็น

“บังเอิญจริง ๆ ข้าติดตามผู้ตรวจการลาดตระเวนสะพานสาจิน เสร็จแล้วก็เลิกกะ”

สายตาหานโยวตกลงบนถังหูหลู ไม่นานก็ถูกดูดความสนใจไป “แม่นางขายอะไรหรือ?”

โอยยย ไม้เสียบน่ารักจัง!

เหมือนทับทิมแดงเลยนะ!

“ถังหูหลู คุณชายอยากลองสักไม้ไหม?” เจียงมั่วยิ้มโค้งคิ้ว

หานโยวพยักหน้ารัว

“เอาเอาเอา”

เขารับถังหูหลูมา หวงแหนเลียเคลือบน้ำตาล แล้วจึงค่อย ๆ กินไปหนึ่งลูก

เจียงมั่วมองราวกับเห็นสุนัขตัวใหญ่ กำลังหวงอาหารของมัน

วินาทีที่อาหารเข้าปาก หูแหลมตั้งตรง ดวงตาเต็มไปด้วยดาวดวงน้อย

ดาวดวงน้อยส่องแสงวิบวับ

หานโยวคาบถังหูหลู ล้วงเงินบิ่นออกมาจากอกเสื้อ

“เอาอีกเจ็ดไม้” เขาพูดเสียงไม่ชัด

เจียงมั่วชั่งน้ำหนักเงินในมือ กะว่าครึ่งตำลึง

นางห่อถังหูหลูให้เจ็ดไม้อย่างคล่องแคล่ว แถมยังให้ถังหูหลูสตรอว์เบอร์รีเขาอีกหนึ่งไม้

หานโยวดีใจ ถือถังหูหลูกองใหญ่กลับไปเข้ากลุ่ม

ใต้เท้าเสิ่นในชุดลำลองขาวยังยืนไพล่มือพูดคุยกับตุลาการไป๋อยู่ข้างหน้า ไม่ทันสังเกตว่าเขาแอบออกนอกแถว

เขาหยิบถังหูหลูออกมา แจกจ่ายให้พี่น้องที่เข้าเวรด้วยกัน

“เร็วเร็วเร็ว ข้าไปซื้อของอร่อยมา!”

หานโยวพูดจบ พบว่าพี่น้องรักของเขาไม่มีใครขยับเลย

กำลังสงสัยอยู่ เสิ่นเจิ้งเจ๋อที่ไพล่มืออยู่ก็หมุนตัวกลับมา

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com