จนได้ ลู่เหวย์ก็ต้องรีบกลับหมู่บ้านในบ่ายวันนั้น
รถวิ่งเอื่อยๆ บนถนนในหมู่บ้าน จะให้เร็วก็ไม่ได้ เพราะตอนนี้เข้าสู่กลางเดือนธันวาคมแล้ว เป็นช่วงฤดูหนาวที่หนาวจัด ถนนเต็มไปด้วยหิมะ
พอถึงหัวไร่ จอดรถเรียบร้อย ยังไม่ทันเปิดประตู ก็ได้ยินเสียงหมาดังระงม
ตอนแรกมีแค่ตัวเดียว จากนั้นก็ส่งเสียงลั่นขึ้นมาพร้อมกันเป็นทอดๆ รอบนอกโรงเรือน นับดูแล้วอย่างน้อยก็สิบกว่าตัว คละเคล้ากันจนเหมือนน้ำเดือดในหม้อ
ลู่เหวย์ตกใจ รีบเปิดประตูลงจากรถ ยังงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นผู้คนทยอยออกมาจากโรงเรือนโดยรอบ
พ่อของเขา ลู่ต้าไห่ ตาเฒ่าจาง แล้วก็พวกอาแปะในหมู่บ้านอีกสองสามคน ต่างชะโงกหน้าออกมาจากโรงเรือน มือก็ถืออาวุธ
พ่อลู่ต้าไห่ถือปืนล่าสัตว์หนึ่งกระบอก ตาเฒ่าจางถือพลั่วเหล็กหนึ่งด้าม คนอื่นมีทั้งถือเคียว ถือด้ามเสียม สีหน้าทุกคนเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
พอเห็นว่าเป็นลู่เหวย์ ทุกคนถึงได้ถอนใจโล่งอก แล้วกรูกันเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง เอ่ยปากทักทายกันเซ็งแซ่
“เสี่ยวเหวย์กลับมาแล้วเหรอ?”
