นางจัดอาภรณ์ให้เรียบร้อย ก่อนเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “ก่อนกลับจวน หม่อมฉันอยากถามท่านอ๋องว่า คำที่ท่านกล่าวคืนนั้นว่าจะไตร่ตรองอย่างจริงจังว่าจะชอบหม่อมฉันหรือไม่ ยังนับอยู่หรือไม่เพคะ?”
เซี่ยซางมองตอบนาง วันนี้ในวังหลวง ครั้นรู้ว่าเจียงเฟิ่งหัวลงนามในหนังสือร้องทุกข์ ภายในใจเขาก็ตื่นเต้นยินดี ยามนั้นเขาถึงกับเกิดความคิดอยากพบหน้านางโดยพลัน
มีคนผู้หนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน คอยสนับสนุนเขาอย่างเงียบงัน ทำให้ในใจเขาอบอุ่นขึ้นมา
ทว่าเมื่อเห็นนางอยู่บนสะพาน มีบุรุษอื่นคอยปกป้องอยู่เบื้องหน้า ราวกับมีคนสาดน้ำเย็นใส่เขา ความโกรธเกรี้ยวพลุ่งพล่านอยู่ในอก เจียงเฟิ่งหัวงดงามถึงเพียงนั้น ย่อมดึงดูดสายตาบุรุษอื่น เขาหึงหวงจนแทบคลุ้มคลั่ง
ครั้นเห็นนางถูกรุกรานโดยคนเมาสุรา เขาแทบอยากพุ่งเข้าไปสังหารพวกมันเสีย นางทั้งน่ารักทั้งน่าสงสาร ทำให้เขาอยากเข้าไปคุ้มครอง
ปฏิกิริยาทั้งหมดของเขาล้วนบ่งบอกอยู่ข้อหนึ่งว่า เขาใส่ใจเจียงเฟิ่งหัว ไม่ใช่เพียงเพราะนางเป็นพระชายาของเขาเท่านั้น
หัวใจของเขาปั่นป่วน เขาเกิดความรู้สึกพิเศษต่อนาง และยากจะควบคุมตนเอง
เขาไม่อยากยอมรับว่าตนเปลี่ยนใจ ไม่อยากยอมรับว่าตนผิดคำสัตย์สาบานรักมั่นที่ให้ไว้กับซูถิงหว่าน ในเวลานั้นเขาเคยกล่าวด้วยความฮึกเหิมว่า จะรักเพียงซูถิงหว่านคนเดียว
เซี่ยซางมิได้ตอบนาง ในใจเต็มไปด้วยความละอายต่อสิ่งที่เพิ่งทำลงไป เมื่อนึกถึงซูถิงหว่าน เขาก็ไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร ยิ่งไม่รู้ว่าจะให้คำมั่นอย่างไร
เจียงเฟิ่งหัวจัดอาภรณ์ให้เรียบร้อย ก่อนเดินผ่านหน้าเขาไป “หม่อมฉันเข้าใจความหมายของท่านอ๋องแล้ว ต่อไปหม่อมฉันจะไม่ทำให้ท่านอ๋องลำบากใจอีก”
