เซี่ยซางมองคราบหมึกบนแก้มและมุมปากของนาง รอยยิ้มเย้ายวนใจพลันปรากฏขึ้นตรงมุมปากของเขา
ไอเย็นเยียบอันติดตัวมาแต่กำเนิดพลันเลือนหายไป ในแสงสนธยาที่อาบย้อมด้วยแสงอัสดง เขาราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน รอยยิ้มของเขาอบอุ่นดุจแสงตะวัน เจียงเฟิ่งหัวนั่งอยู่ข้างโต๊ะหนังสือ สบตากับเขาเช่นนั้นจนแทบตะลึงมอง
มือของเขายังคงเคลื่อนไหวไม่หยุด เขายื่นมือไปแตะมุมปากของนาง ก่อนค่อย ๆ เช็ดอย่างแผ่วเบา ยิ่งปลายนิ้วปาดคราบหมึกออกมากเท่าใด รอยยิ้มของเขาก็ยิ่งลึกล้ำ ไม่นานก็แต้มหนวดเล็ก ๆ สองข้างให้นาง
ดวงตาของเขาดำสนิทดุจหมึก นางเห็นใบหน้าเล็ก ๆ ที่เปื้อนหมึกของตนจากแววตาคู่นั้น จู่ ๆ นางก็จับมือเขาไว้ จึงเห็นว่านิ้วมือของเขาดำเปื้อนหมึกไปหมดแล้ว
เจียงเฟิ่งหัวเข้าใจขึ้นมาทันที ใบหน้าของนางแดงก่ำในพริบตา ความกระอักกระอ่วนในยามนี้นางจินตนาการออกไม่ยาก จึงคว้าพู่กันขึ้นหมายจะวาดลงบนใบหน้าของเซี่ยซาง
เซี่ยซางก็ว่องไวไม่แพ้กัน เขาหมุนตัววิ่งหนี มีหรือจะยอมให้นางตามทัน เจียงเฟิ่งหัวยกชายกระโปรงขึ้น ไล่ตามเขาไม่ลดละ ขายาวก้าวฉับ ๆ เพราะฝึกระบำมา เอวของนางจึงอ่อนช้อยดุจกิ่งหลิว ท่าแยกขาง่าย ๆ นางก็รวบขากลับแล้วไล่ตามต่อได้ทันที ท่วงท่านั้นดูองอาจคล่องแคล่วอยู่หลายส่วน
เสียงหัวเราะเริงร่าและเสียงหยอกล้อไล่จับของทั้งสองดังก้องไปทั่วศาลบรรพชน ท่วงท่าของนางงดงามราวภาพกวี ทุกการเคลื่อนไหวแผ่วพลิ้วอ่อนช้อย
ยามนี้เซี่ยซางจึงเข้าใจว่า สตรีที่องอาจคล่องแคล่วไม่ได้มีเพียงซูถิงหว่านผู้ฝึกยุทธ์เท่านั้น
เจียงเฟิ่งหัวก็เป็นเช่นกัน นางค่อย ๆ ก้าวเข้ามาในใจของเขาแล้ว
ต่อหน้าป้ายบรรพชน เซี่ยซางโอบเอวนางอย่างไม่เกรงใจผู้ใด ก่อนจุมพิตลงบนริมฝีปาก เขาไม่รังเกียจหนวดเล็ก ๆ สองข้างตรงมุมปากของนางแม้แต่น้อย
เจียงเฟิ่งหัวอยู่เป็นเพื่อนเขาเล่นสนุกและก่อกวน นางรู้ว่านี่เป็นเพราะเซี่ยซางยังรู้สึกแปลกใหม่ต่อนาง นางต้องฉวยโอกาสครองใจเขา พยายามก้าวเข้าไปในใจเขา ทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้
