น้ำเสียงของเจียงอวี้เต็มไปด้วยการตำหนิหลินทิง
โหยวจื่อน้อยเกลียดน้ำเสียงตำหนิแบบนั้นของเขา
แม่อีกไม่นานก็จะตายแล้ว
แต่ผู้ชายตรงหน้ากลับอยู่กับคนอื่น เหมือนพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก กำลังเดินช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า
ทั้ง ๆ ที่เธอต่างหากที่เป็นลูกสาวของเขา
ร้องไห้สะอึกสะอื้นวิ่งเข้าไปหา โหยวจื่อน้อยผลักเจียงอวี้หนึ่งทีด้วยความเกลียดชัง
“ห้ามพูดแบบนี้กับแม่หนู”
ใครก็ตามห้ามดูถูกแม่ของเธอ
โดยเฉพาะผู้ชายตรงหน้าคนนี้
เจียงอวี้ที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง ขมวดคิ้วมองโหยวจื่อน้อย ในอ้อมแขนยังคงอุ้มเด็กผู้หญิงที่ชื่อหน่วนหน่วนอยู่
เจียงอวี้มองดูหน่วนหน่วนเติบโตมาตั้งแต่เล็ก
เขาเอ็นดูหน่วนหน่วนราวกับเป็นลูกสาวแท้ ๆ
หน่วนหน่วนเองก็รักและผูกพันกับเขามากเช่นกัน ย่อมไม่ยอมให้ใครมาผลักคุณพ่อเจียงของเธอแรง ๆ แบบนี้
วินาทีต่อมา หน่วนหน่วนดิ้นลงจากอ้อมแขนของเจียงอวี้
เดินเข้าไปหา หน่วนหน่วนก็ผลักอย่างแรงหนึ่งที “ห้ามผลักคุณพ่อเจียงของหนู”
ตอนที่เจียงอวี้อยากจะห้ามก็สายไปเสียแล้ว
ตอนนี้โหยวจื่อน้อยถูกหน่วนหน่วนที่ทั้งเอาแต่ใจและไม่ฟังเหตุผลผลักจนล้มก้นจ้ำเบ้านั่งกับพื้น
โหยวจื่อน้อยที่ไม่ยอมลุกขึ้นทันที คว้าผมของหน่วนหน่วนไว้ แล้วกระชากอีกดึงอีก “แกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนฉัน”
แม่สอนเธอมาตลอดว่า ห้ามไปหาเรื่องคนอื่นเอง ห้ามรังแกคนอื่น
แต่ถ้าใครมารังแก ก็ต้องเอาคืนให้หนักกว่าเดิม
หน่วนหน่วนร้องไห้โฮ ๆ ทันที
หลินเวยเวยกับเจียงอวี้รีบดึงเด็กคนละข้าง แยกทั้งสองออกจากกัน
เจียงอวี้จับแขนเล็ก ๆ ของโหยวจื่อน้อย มองเธออย่างผิดหวัง
“นี่ลูกก็เหมือนแม่ ไม่รู้จักฟังเหตุผลเลยใช่ไหม”
“อย่าคิดนะว่าแค่ยังเป็นเด็ก ลุงจะไม่กล้าสั่งสอน”
ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนพูดจาไม่ดีถึงแม่ก่อนแท้ ๆ
ทั้ง ๆ ที่เด็กคนนั้นที่ชื่อหน่วนหน่วนเป็นคนผลักเธอก่อน
ในใจของโหยวจื่อน้อยทั้งเจ็บปวดทั้งน้อยใจ
ตอนจ้องเจียงอวี้ ในแววตาของเธอยังเต็มไปด้วยความเกลียด
เธอเก็บความเจ็บและความเกลียดไว้ สะบัดแขนเล็ก ๆ อย่างแรง สะบัดหลุดจากมือเจียงอวี้
แต่น้ำตาแห่งความน้อยใจในตาเธอ ไม่ยอมให้มันไหลลงมาแม้แต่หยดเดียว “หึ! ลุงมีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนฉัน”
น้ำเสียงนี้เหมือนกับหลินทิงไม่มีผิด
