"รุ่นน้อง มหาวิทยาลัยนักผนึกการ์ดวิญญาณชั้นนำนี่ไม่ใช่ของที่ใครจะสอบเข้าได้ง่าย ๆ หรอกนะ ต่อให้พรสวรรค์นายจะล้ำเลิศ สอบเข้าได้สำเร็จจริง ๆ แต่หลังจากนั้นก็ต้องเจอบททดสอบที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า"
"แรงกดดันจากการแข่งขันที่นั่น รุนแรงกว่ามหาวิทยาลัยนักผนึกการ์ดวิญญาณทั่วไปอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากจะต้องมีพรสวรรค์โดดเด่นแล้ว ยังต้องมีฐานะทางครอบครัวที่มั่นคงด้วย ไม่อย่างนั้นฉันรับรองได้เลยว่านายจะประคองตัวจนเรียนจบไม่ได้"
ฉินเซิ่งเอ่ยถึงเรื่องนี้ ก็อดถอนหายใจหนักหน่วงไม่ได้
คิดย้อนกลับไปตอนนั้น ฉินเซิ่งก็เคยมีไฟแรงกล้าอยากไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยนักผนึกการ์ดวิญญาณชั้นนำ ทว่าความจริงกลับตบหน้าเขาอย่างแรง ปัญหาคือฐานะครอบครัวของเขาธรรมดาเกินไป ถึงแม้หากถูกมหาวิทยาลัยนักผนึกการ์ดวิญญาณชั้นนำรับเข้าเรียนแล้วจะยกเว้นค่าเล่าเรียนทั้งหมดก็ตาม
แต่คนที่สอบเข้าไปที่นั่นได้ ล้วนเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ แทบทุกคนล้วนหมั่นบำเพ็ญตบะอย่างขยันขันแข็ง เมื่อระดับขั้นเพิ่มขึ้น ทรัพย์สินและทรัพยากรที่ต้องใช้ก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย ถึงตอนนั้นหากไม่มีฐานะครอบครัวที่มั่งคั่ง หรือตัวเองไม่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อแย่งชิงมา มิฉะนั้นชั่วพริบตาเดียวก็จะถูกทิ้งห่าง
แถมในมหาวิทยาลัยนักผนึกการ์ดวิญญาณชั้นนำ ยังมีระบบการประเมินประจำปีอีกด้วย หากทำได้ไม่ถึงเกณฑ์ก็จะถูกคัดออกเช่นกัน นี่คือเหตุผลว่าทำไมในมหาวิทยาลัยนักผนึกการ์ดวิญญาณชั้นนำ นักศึกษาที่เรียนจบได้แทบทุกคนล้วนบรรลุขั้นระดับทองขึ้นไปทั้งสิ้น
นี่ก็เป็นสาเหตุหลักที่ฉินเซิ่งล้มเลิก คือกลัวว่าตัวเองต่อให้ถูกเรียกเข้าเรียนแล้ว หลังจากนั้นก็จะรับมือไม่ไหวจนถูกคัดออกอยู่ดี เช่นนั้นสู้เข้าไปในมหาวิทยาลัยนักผนึกการ์ดวิญญาณระดับหนึ่งด้วยฐานะอัจฉริยะเสียดีกว่า จะได้รับการจับตามองมากกว่า
