หลังจากทราบตำแหน่งของหานลี่เซวียน ต้วนอี้และซูเหลียนเสวี่ยก็รีบร้อนออกเดินทางทันที
ตลอดเส้นทางไม่มีการหยุดพักแม้แต่น้อย ต่อให้มีอสูรกายปรากฏตัว ก็สังหารทิ้งในพริบตา ไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว
กระทั่งมีจุดแสงสีเขียวหลายจุดแวบผ่านในสมองของต้วนอี้ เขาก็มิได้หยุดเพื่อค้นหา
เพราะในยามนี้หานลี่เซวียนตกอยู่ในอันตรายเกินไปแล้ว อีกทั้งยังมีถังอวี้ ตัวแปรที่คาดเดาไม่ได้อย่างยิ่ง ดังนั้นพวกเขาจึงจำเป็นต้องรีบรุดไปถึงหุบเขาด้านหน้าทันที
......
รวดเร็วราวกับพริบตา ท้องฟ้าก็มืดสลัวลง ในตอนนั้นเอง ต้วนอี้และซูเหลียนเสวี่ยก็ออกจากทะเลทรายที่เต็มไปด้วยพายุทรายแห่งนี้ มาถึงหุบเขาที่ชายหนุ่มสามคนก่อนหน้านี้ชี้บอกกล่าวถึง
หุบเขาแห่งนี้แตกต่างจากหุบเขาที่ต้วนอี้พบเมื่อคราแรกเข้าสู่แดนลับ ที่นี่มีดอกไม้นานาพันธุ์ขึ้นอยู่ เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของบุปผาทั่วทุกหนแห่ง และในพงหญ้าโดยรอบก็มีเผ่าพืชพันธุ์ขนาดเล็กอยู่มากมาย พูดได้ว่าเป็นสรวงสวรรค์ที่เหมาะสำหรับเผ่าพืชพันธุ์ดำรงชีพยิ่ง
หากต้วนอี้และซูเหลียนเสวี่ยไม่รีบร้อนออกตามหาหานลี่เซวียน เช่นนั้นต้องเลือกผนึกไว้สักสองสามตัวนำกลับไปแน่
เสียดายที่ตอนนี้มิอาจเสียเวลามากเกินไป ยังต้องหาตัวหานลี่เซวียนให้พบก่อน นั่นคือภารกิจสำคัญที่สุด
"ฉันว่าเรื่องนี้ต้องมีพิรุธแน่ หานลี่เซวียนมีฝีมือร้ายกาจมาก แม้หากเทียบกำลังรบจริงอาจสู้เธอไม่ได้ แต่พลังบำเพ็ญของเขาเป็นที่ยอมรับว่าแข็งแกร่งที่สุด ไม่ด้อยไปกว่านักเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดของโรงเรียนเหยากวงหมายเลขหนึ่งและสองเลย"
