ถ้าคนที่ซือหร่านไม่ชอบ เขาก็ยืนอยู่ข้างเธอได้อย่างมั่นใจ แต่ถ้าคนที่เธอชอบล่ะ?
ช่วงนี้โจวหนั่วเฉินรู้สึกทรมานใจ เขาอยากเมินปัญหาระหว่างทั้งสองคน แต่กลับทำไม่ได้
ในยามที่ความรู้สึกพอกพูนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เขากลับกลายเป็นคนแบบที่ตัวเองดูแคลนที่สุด
อ่อนไหว ขี้ระแวง ขี้ขลาด...
ช่างเป็นคำที่น่าขัน ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน
แต่ถ้าซือหร่านชอบเซี่ยช่าน เขาก็ควรเคารพการตัดสินใจของเธอ เพราะเขานึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าทั้งคู่เป็นเพื่อนกันไม่ได้จะเป็นอย่างไร
ไม่เป็นไร เขารอได้
แต่การกระทำของซือหร่านในวันนี้กลับทำให้เปลวไฟในใจเขาลุกโชนจนยากจะควบคุม บางทีเรื่องอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด
ซือหร่านเองก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง
เซี่ยช่านไว้ใจเธอ เพราะเขาเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็ก และใช้ชีวิตตามลำพังมาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ
หลังจากนั้น เขาก็ต้องผ่านช่วงเวลามืดมนที่สุดในชีวิตเพียงลำพัง เรื่องน่าเวทนาแบบนั้นเธอบังเอิญไปรู้เข้า แล้วจะให้เปิดปากบอกคนอื่นได้อย่างไร?
“เขา...”
ให้ตายสิ จะอธิบายยังไงดี?
มุกตลกกับฝีปากคมคายที่ใช้ได้เป็นประจำกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย เพราะเธอเองก็ไม่อยากโกหกโจวหนั่วเฉิน
ตอนนี้ซือหร่านรู้สึกไร้เรี่ยวแรงยิ่งกว่าขันทีที่เพิ่งเข้าวังในช่วงปลายราชวงศ์ชิงเสียอีก
แววตาของโจวหนั่วเฉินหม่นลง เขาหันหลังเดินออกไปนอกบ้าน
“เพราะงั้น เรียกว่าพี่สาวยังฟังดีกว่า”
มีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้ยินประโยคนี้ และเขาก็พูดให้ตัวเองฟังเท่านั้น
ซือหร่านเองก็ไม่มีประสบการณ์เรื่องแบบนี้ ได้แต่ครุ่นคิดเงียบ ๆ อยู่คนเดียว