เย่ซูเหยายังไม่ทันได้ลงมือ ฮั่วหยางก็ล้มลงกับพื้น ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด เหงื่อเย็นไหลอาบหน้า
กู้หมิงเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ชวนให้คนฟังหนาวสะท้าน
“พลังไฟระดับหนึ่ง หึ กระจอก”
ฮั่วหยางรู้สึกเหมือนถูกแก้ผ้าจนหมดเปลือก อีกฝ่ายลงมืออย่างไรเขายังมองไม่ออก แถมยังชี้ชัดได้ทั้งธาตุและระดับพลังพิเศษของเขา
ทุกคนต่างคิดว่าพลังพิเศษแต่ละชนิดของผู้มีพลังพิเศษสองธาตุต้องอ่อนกว่าของผู้มีพลังพิเศษธาตุเดียว อย่างไรเสีย การควบคุมพลังสองชนิดก็ย่อมยากกว่าชนิดเดียว
แต่ไม่คิดเลยว่าทีมจิงอวิ๋นจะมีที่มาไม่ธรรมดา แถมยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
เข็มน้ำแข็ง…ต้องควบคุมพลังน้ำแข็งได้ถึงขั้นไหนกัน ถึงจะสะบัดมันออกมาได้แบบนั้น
ฟางเสวียนฉือ หัวหน้าทีมเฟยฉือ จำต้องออกมายืนข้างหน้า “ฮั่วหยาง! รีบขอโทษเดี๋ยวนี้!”
ทำเรื่องดีไม่สำเร็จ แต่กลับก่อเรื่องเสียหาย ทั้งสองทีมเป็นทีมผู้มีพลังพิเศษระดับสูงเหมือนกัน ทว่าพวกเขาเทียบกับจิงอวิ๋นไม่ได้เลย เขาไม่อยากเป็นคนแรกที่ออกหน้า
“ขอโทษ!” ฮั่วหยางเห็นได้ชัดว่าไม่ยอม แต่ฟางเสวียนฉือก็ดึงตัวเขาออกไปทันที
“คุณหลิน เรื่องของพวกเราไม่ต้องให้คุณมายุ่ง” กู้หมิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าหุบปากไม่ได้ ก็เป็นใบ้ไปซะ”
กู้หมิงประชดอย่างไม่คิดปิดบัง หลินอวี่เหยียนยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ข้างหนึ่ง ไม่เข้ากับใครทั้งสองฝ่าย
“เสี่ยวเซี่ย” ในที่สุดหลินเฟิงก็พูดขึ้น “ในเมื่อเธอไม่เป็นอะไร ก็ให้ซือหร่านออกมาให้ทุกคนดูหน่อย แล้วแยกย้ายกันเถอะ”
“เธอไม่เป็นไร พลังพิเศษถูกใช้ไปมากเกินไป ต้องพักผ่อน ทุกคนกลับไปเถอะ”
เซี่ยช่านไม่อยากพูดมาก แต่เท้ากลับไม่ขยับ แสดงจุดยืนของเขาอย่างชัดเจน
“ในเมื่อเซี่ยช่านบอกว่าผู้หญิงคนนั้นไม่เป็นอะไร งั้นเรากลับกันดีไหม?”
ผู้คนบางส่วนคล้อยตาม ความสามารถของเซี่ยช่านเป็นที่ประจักษ์ทั่วฐานที่มั่น อีกทั้งเขาไม่เคยใช้อำนาจรังแกใคร จึงเป็นผู้แข็งแกร่งที่ทุกคนยอมรับ