เพราะอาการของซือหร่านพิเศษ กู้หมิงซึ่งเป็นผู้มีพลังพิเศษสายจิตจึงไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน
ตอนรุ่งสางโจวหนั่วเฉินกลับมาครั้งหนึ่ง และนำแก่นคริสตัลจากพืชระดับ 3 มาให้ซือหร่าน
หลังใช้แล้ว ผิวของซือหร่านก็ดูเป็นปกติขึ้นมาก ลมหายใจสม่ำเสมอขึ้นด้วย ดูเหมือนจะพ้นขีดอันตรายแล้ว
เย่ซูเหยามองบาดแผลน้อยใหญ่บนตัวโจวหนั่วเฉิน รวมถึงดวงตาที่แดงก่ำ “หัวหน้าทีม พักก่อนเถอะ ถ้าต้องใช้แก่นคริสตัลอะไรอีก พวกเราไปหาเอง”
“ไม่ต้อง ฉันไปคนเดียวเร็วกว่า”
โจวหนั่วเฉินปฏิเสธ เขาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก หากพาพวกเธอไปด้วย อาจดูแลไม่ทั่วถึง
มองโจวหนั่วเฉินที่เข้า ๆ ออก ๆ อย่างเร่งรีบ เย่ซูเหยาก็นั่งลง ฟุบกับโต๊ะอย่างเกียจคร้านแล้วถามว่า “รองหัวหน้าทีม พวกคุณจะกลับเมืองหลวงเมื่อไหร่?”
กู้หมิงขมวดคิ้ว “เธอไม่ได้บอกว่ารองหัวหน้าทีมดูเหมือนคนติดยศหรอกเหรอ?”
หือ? นั่นใช่ประเด็นไหมเนี่ย?
ไม่คิดเลยว่ากู้หมิงจะจำฝังใจ ตอนนั้นเธอยังไร้เดียงสา จะรู้ได้ยังไงว่าระหว่างทางจะได้เจอคนใหญ่คนโต ถ้าไม่มีซือหร่าน เรือมิตรภาพลำน้อยนี่คงคว่ำไปแล้ว
“ฉันเคยพูดเหรอ? ฮิ ๆ นายจำผิดแล้ว” เย่ซูเหยาแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
กู้หมิงมองเด็กสาวที่ฟุบอยู่บนโต๊ะ ทั้งที่ง่วงมากแต่ยังฝืนตัวเองไว้ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ แล้วใช้นิ้วยาวแตะหน้าผากเธอ
“ฉันหมายถึง เธอเรียกชื่อฉันก็ได้”
อาจเพราะง่วงเกินไป สมองของเย่ซูเหยาจึงคิดอะไรไม่ค่อยออก เธอนิ่งไปสามวินาที ก่อนจะพูดอย่างเหม่อลอยว่า “กู้หมิง? กู้หมิง…กู้…อยากดื่มชานมแล้ว”
รอยยิ้มของใครบางคนแข็งค้างไปทันที “……”