เพ่ยจิ้นในที่สุดก็โบกบาหลีจากไป เฉินเจาเจาจึงได้ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
แท้จริงแล้วนางไม่เคยมีความคิดจะหลบหนีตั้งแต่แรก อย่าว่าแต่ตอนนี้นางยังเป็นนักโทษ ไม่มีหนังสือเดินทาง แม้แต่ก้าวไปที่ใดก็ไปไม่ได้เลย
แม้นางจะมีหนังสือเดินทาง นางก็หนีไปได้ไม่ไกลหรอก เพราะร่างกายตอนนี้ยังอ่อนแอนักขนาน พลังวิเศษธาตุไม้ที่ใช้ได้ก็มีจำกัด แถวนี้เต็มไปด้วยป่าดงพงไพร ยามค่ำยังมีสัตว์ร้ายออกหากิน ถ้านางวิ่งออกไปก็มีแต่ทางตาย
นางไม่อยากตายหรอก
โชคดีที่เพ่ยจิ้นยังไม่ถึงกับบ้าคลั่งนัก รู้ว่าต้องมัดนางไว้ใกล้ ๆ ตาน้ำพุ เชือกก็ยาวพอสมควร ทำให้นางยัง “เดินไปมาได้อย่างอิสระ” ในแถบรอบนั้น
เฉินเจาเจาย่อมตัวลง ล้างมือและใบหน้าด้วยน้ำพุ จากนั้นจิบน้ำไปอีกไม่กี่คำ รู้สึกว่าพลังวิญญาณภายในกายกลับมาบ้างแล้ว นางจึงเป็นสุขใจ วิญญาณในร่างกายช่างฟื้นคืนได้ไม่รู้จบจริง ๆ คงว่าเพียงนางได้กินอิ่มนอนพอ ฟื้นฟูร่างกายจนแข็งแรง ต่อไปการใช้พลังวิเศษธาตุไม้ย่อมสะดวกขึ้นเรื่อย ๆ และเก่งกาจยิ่งขึ้นเป็นแน่!
เมื่อเปลวหวังในใจลุกโชน เฉินเจาเจาจึงเริ่มเดินสำรวจในป่าโล่กล้วยนี้ต่อไป หวังจะหาสิ่งใดกินได้อีกสักอย่าง
น่าเสียดายที่ซีโจวแล้งน้ำมานานนัก แม้ที่นี่จะมีแหล่งน้ำ แผ่นดินก็ยังขาดชุ่มฉ่ำ ในรัศมีที่นางเดินได้ นอกจากต้นโล่กล้วยก็มีแต่หญ้าป่า บนต้นโล่กล้วยกลับแขวนระย้าไปด้วยผลไม่น้อย แต่บัดนี้เพิ่งจะต้นเดือนเจ็ด ผลยังไม่สุก ยังเขียวฝาดอยู่ทั้งหมด
เฉินเจาเจาเกิดความคิดขึ้นมา จึงวางมือลงบนลำต้น ถ่ายทอดพลังวิญญาณจำนวนมหาศาลส่งเข้าไป ไม่ช้าผลโล่กล้วยเขียวฝาดบนกิ่งก็ดูเหมือนรับรู้สิ่งใด ส่ายไปมาอย่างแจ่มใส ทวนกระแสส่ายนั้นผลไม้ก็เบียดขยายจากเล็กใหญ่ เปลี่ยนจากเขียวเป็นแดงฉาบ
“เป็นจริงได้จริง!”
เฉินเจาเจาดีใจจนแทบไม่เป็นอันทำงาน เมื่อก่อนนางหิวโหยจนขั้นวิกฤต พลังวิญญาณภายในกายเหลือน้อยนิด จึงไม่กล้าใช้ในวงกว้างเช่นนี้ แต่บัดนี้เพียงดื่มน้ำลงไปไม่กี่คำ พลังวิญญาณกลับฟื้นกลับมามากมายขนาดนี้!
นางสะบัดข้อมืออีกครั้ง ปล่อยพลังวิญญาณเข้าใส่ผลไม้บนต้น แล้วกางชายกระโปรงออก ผลไม้เหล่านั้นเหมือนมีดวงตา ร่วงร่อนลงมาในชายกระโปรงของนางเป็นระลอก
แทบไม่ต้องใช้เวลานาน ก็ได้ผลโล่กล้วยสดแดงฉ่ำเต็มครึ่งอ้อม
โล่กล้วยหวานจัด ยังอุ้มท้องยิ่งกว่าผลไม้ป่าทั่วไป แถมยังช่วยเติมน้ำตาลให้ร่างกาย เฉินเจาเจานั่งอยู่ตรงนั้น กินโล่กล้วยในชายกระโปรงไปกว่าครึ่ง รู้สึกว่าท้องมีของแล้ว จึงวางมือลง
ขณะเดียวกันอีกฟาก เพ่ยจิ้นได้ขี่ม้ากลับไปสมทบกับกองทหารใหญ่แล้ว
ซุนเซียวไม่คิดว่าเขาจะหาน้ำกลับมาได้จริง ตรงใจจึงอดรนทนารอไม่ได้ “หาได้จริงหรือ? น้ำมีมากเชียวหรือ?”
เพ่ยจิ้นพยักหน้า คลายน้ำโอ่งจากเอวส่งให้ซุนเซียว เสียงเย็นเยียบแผดเผา “น้ำนี้ให้เหล่าทหารบาดเจ็บใช้ก่อน เมื่อครู่ชาคลายแล้วให้กองทัพเร่งรุดเต็มแรง ข้างหน้ามีแหล่งน้ำ!”
คำพูดเพิ่งจบ ทั้งกองทัพเพ่ยเจียต่างตื่นตรึงใจ ตลอดหลายวันที่เดินทัพข้ามซีโจว พวกเขาอดออมน้ำเท่าที่จะทำได้ แต่รุ่งเช้านี้น้ำสำรองก็หมดลงจนเกลี้ยง หากไม่พบแหล่งน้ำอีก พวกเขาคงต้องแทะข้าวสาลีเปลือกหยาบกินสด ๆ กันแล้ว!
ฝ่ายขบวนเนรเทศก็ตื่นตรึงใจไม่ต่างกัน ชะตาของพวกเขาเลวร้ายยิ่งกว่ากองทัพเพ่ยเจียเสียอีก อย่างน้อยกองทัพยังมีน้ำสำรอง แต่พวกเขาแล้งน้ำมาสองวันเต็มแล้ว!
เพียงได้ยินว่าข้างหน้ามีน้ำ ทุกคนต่างเหมือนได้คืนชีพขึ้นมาใหม่ ลืมความเหน็ดเหนื่อย เร่งฝีเท้ารุดหน้าไป
ในขบวนเนรเทศ หลี่ขุนนางผู้พิทักษ์นักโทษแลบสายตามองประสานกับหยางซื่ออย่างเงียบ ๆ นึกไม่ถึงว่าเด็กสามาภาคนนั้นจะพาเพ่ยจิ้นไปหาแหล่งน้ำได้จริง! เมื่อนางมีวิชาเช่นนี้ เหตุใดไม่บอกตนเอง กลับไปบอกเพ่ยจิ้น! เด็กสามาภาไม่รู้จักดีรู้จักชั่ว บิดามารดาของนางตกลงใจส่งตัวนางให้ตนเรียบร้อยแล้ว เมื่อคืนนี้ตนได้ร่างนางมาเป็นของตนแล้ว แม้เพ่ยจิ้นจะอารักขานาง ก็ไร้สิทธิ์ที่จะแทรกแซงอีกต่อไป!
เฉินว่านเอ๋อร์ที่อยู่ข้าง ๆ สีหน้าก็ไม่สดใสนัก นางไม่รู้เรื่องที่เฉินเจาเจาไปหาแหล่งน้ำ เพียงคิดว่าเฉินเจาเจายั่วยวนเพ่ยจิ้นไป ในใจจึงเดือดเนื้อร้อนใจ เฉินเจาเจาบัดนี้หลบไปซ่อนกับฝ่ายกองทัพเพ่ยเจีย แล้วแผนการยามค่ำนี้ของพวกนางจะดำเนินต่อได้หรือ?
ครั้นพักทหารเมื่อสักครู่ นางตั้งใจจะเข้าไปทักทายเพ่ยจิ้น ใครหนอรู้ได้ว่าถูกเฉินเจาเจาเหลวไหลนั่นแย่งหน้าไปก่อน สามาภานั่นไม่รู้จักอายจริง ๆ! ตัวดีกล้าพุ่งเข้าอ้อมอกท่านพลตระบวนทั้งตัว!
แม้นางจะมิได้ชื่นชอบเพ่ยจิ้นเท่าใด แต่เมื่อมารดาว่ามาเช่นนั้น นางก็คิดว่าเพ่ยจิ้นควรจะเหมือนบรรดาเหล่าเจ้าในเมืองหลวง ที่ยกมุ้ยเชิญชวนให้รักใคร่นาง แต่บัดนี้ถูกเฉินเจาเจาแย่งหน้าไปก่อน เพ่ยจิ้นไม่เพียงไม่ฟันนางตายอยู่กับที่ ยังแล่นเรือร่วมกับเฉินเจาเจามาบนหลังม้าตัวเดียว ไม่รู้พานางไปที่ใด!
หรือเพ่ยจิ้นจะเกิดรักเฉินเจาเจาเข้าจริง ๆ แอบพานางหนีไปทำสิ่งที่หาไม่ได้กับวันดื้อ ๆ!
เฉินว่านเอ๋อร์รู้สึกราวกับของสำคัญของตนถูกเฉินเจาเจาแย่งไปเสียในทันที!
นางตัดสินใจที่จะสมรสกับเพ่ยจิ้นมาได้ด้วยความยากลำบากเพียงใด ทั้งหมดก็ถูกสามาภาอย่างเฉินเจาเจาทำพังเสียได้! ไม่ได้! สักครู่เมื่อหยุดพักทหาร ให้บิดาเรียกเฉินเจาเจากลับมา! คืนนี้จำต้องส่งเฉินเจาเจาให้หลี่ขุนนางผู้พิทักษ์นักโทษ เมื่อร่างนางแตกสลาย ไร้ความบริสุทธิ์ไปแล้ว จะเห็นได้ไงว่านางจะมาแย่งเพ่ยจิ้นกับเจ้าความได้อีก!
ในป่าโล่กล้วย เฉินเจาเจากินอิ่มดื่มเสร็จ ก็กำลังไล่เลียงแผนการที่จะอยู่รอดจากการคะน้าของหยางซื่อกับเฉินว่านเอ๋อร์ในคืนนี้
เรื่องที่จะส่งนางให้หลี่ขุนนางผู้พิทักษ์นักโทษนั้น พวกเขาวางแผนมาหลายวันแล้ว ตามที่นางรู้จักหยางซื่อนัก ผู้นั้นย่อมไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ แน่
แถมพลังวิเศษธาตุไม้ของนางบัดนี้ยังไม่พอจะต่อกรกับหยางซื่อและสมุนพร้อมเหล่าขุนนางผู้พิทักษ์นักโทษที่ถือดาบถือกระบี่ได้ หากพวกนั้นยังลงมืออย่างแรงกับนางเช่นในชาติที่แล้ว นางย่อมสู้ไม่ได้
ทางที่ดีที่สุดในยามนี้ ก็คือพึ่งพาเพ่ยจิ้น แต่ชัดแจ้งว่าเพ่ยจิ้นยังมิได้ไว้วางใจนางสักเท่าใด มิแน่อาจไม่อารักขานางเสียด้วย
เฉินเจาเจาครุ่นคิดในใจนานแสนนาน ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่ระหว่างรักษาทหารบาดเจ็บที่สิ้นสตินั้น ดูเหมือนได้ยินแพทย์ทหารที่ชื่อซุนเซียวเอ่ยว่า ยาและเครื่องไม้เครื่องมือของพวกเขาเหลือน้อยเต็มที
กองทหารใหญ่คืนนี้ย่อมตั้งค่ายพักที่นี่เป็นแน่ เมื่อนางช่วยค้นหาสมุนไพรที่ใช้การได้ เพ่ยจิ้นจะไว้วางใจนางได้หรือไม่? จะอารักขานางได้หรือไม่?
