เว่ยเหยียนแค่นเสียงเย็นชา
“เสิ่นเวย เธอตรวจบัญชีหรือยัง? มีหลักฐานอะไรว่าเป็นฉันที่ขโมยเงินเธอไป?!
แค่เห็นว่าฉันจองรถคันหนึ่งที่งานแสดงรถยนต์ เธอก็ตัดสินโทษฉันแล้วโดยไม่คิดจะตรวจสอบสักนิด ไม่รู้สึกว่ามันน่าขำบ้างหรือไง?”
แม้ในใจเขาจะรู้ดีแล้วว่าเธอเป็นคนเลือดเย็นและไร้คุณธรรม แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะดูถูกเขาถึงขนาดนี้ ถึงกับไม่คิดจะตรวจสอบอะไรเลยก็ปักใจเชื่อว่าเขาเป็นขโมย
นี่คือการดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นคนของเขา
เสิ่นเวยชะงักไป สีหน้าไม่มั่นใจขึ้นมาเล็กน้อย
ตอนนั้นเอง
โจวเฉียนก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าจริงใจ ท่าทางเหมือนกำลังคิดเผื่อพระเอก ก่อนพูดว่า
“พี่เว่ยเหยียน พวกเรารู้กันดีว่าพี่เป็นแค่พนักงานเงินเดือนหมื่นต้น ๆ ส่วนพ่อแม่ก็เป็นแค่ชาวนาที่ทำมาหากินอยู่ในไร่นา
ไม่ว่าจะเป็นพี่หรือพ่อแม่ที่ไม่มีความรู้ของพี่ ก็ไม่มีทางหาเงินก้อนโต 300,000 หยวนออกมาได้แน่
เงินนี่ต้องเป็นเงินที่พี่ขโมยจากพี่เวยเวย ยอมรับเถอะ
ตอนนี้พี่เวยเวยยังไม่ได้แจ้งตำรวจ เรื่องก็ยังไม่บานปลาย ถ้าพี่ยอมรับสารภาพตามตรง ทุกคนก็จะได้ไม่เดือดร้อน”
ในใจเขาร้อนรนแทบแย่ อยากให้เสิ่นเวยแจ้งตำรวจตอนนี้เลย จะได้ส่งเว่ยเหยียนเข้าคุกแล้วขังให้ลืมวันลืมคืน ไม่ต้องได้ออกมาอีกตลอดชีวิต
แต่ภาพลักษณ์สุภาพอ่อนโยน มีคุณธรรมและถ่อมตนจะเสียไม่ได้ เขาต้องแสร้งทำตัวเป็นคนดีต่อหน้าเสิ่นเวยต่อไป
เว่ยเหยียนเบื่อการแสดงของเขาเต็มทน จึงแค่นเสียงเย็นชา
