วันรุ่งขึ้น
ฮั่วเสี่ยวหยาเปลี่ยนมาสวมชุดกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อนสวยงาม ก่อนจะเดินทางไปตรวจดูโรงเรียนประถมที่ครอบครัวของเธอเป็นเจ้าของอย่างอารมณ์ดี
หลังกลับประเทศ คุณปู่ก็ไม่ได้มอบตำแหน่งอะไรให้เธอเป็นพิเศษ แค่ให้ช่วยงานจิปาถะเท่านั้น
แต่เธอกลับสนุกกับมันมาก
วันนี้เธอมีหน้าที่ไปตรวจดูโรงเรียนประถม จึงพูดคุยกับเด็ก ๆ อย่างกระตือรือร้น แถมยังเล่นเกมกับพวกเขาด้วย
เธอเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งชื่อเสี่ยวพั่ง บนใบหน้ามีรอยเขียวช้ำอยู่ปื้นหนึ่ง
จึงย่อตัวลงข้างเสี่ยวพั่งอย่างอ่อนโยนแล้วถามว่า
“เสี่ยวพั่งจ๊ะ คราวก่อนพี่เจอเธอ ยังอ้วนท้วนผิวพรรณดีอยู่เลย ทำไมไม่เจอกันไม่กี่วันถึงผอมลง แถมยังมีแผลบนหน้าอีก ใครทำร้ายเธอเหรอ?”
เธอมีความสามารถจำสิ่งที่เห็นได้แม่นยำ ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังจำภาพแรกที่เห็นคนคนนั้นได้
เสี่ยวพั่งเปลี่ยนไปมากจริง ๆ ไม่เพียงผอมลง ใบหน้ายังมีแผล เสื้อผ้าที่ใส่ก็ดูไม่สะอาดเรียบร้อยเหมือนก่อน
เธอคิดว่าเด็กคงเจอเรื่องใหญ่ในครอบครัวมาแน่ ๆ จึงอยากถามให้รู้เรื่อง จะได้บริจาคเงินให้เด็กเอากลับไปช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น
อย่างไรเสีย ตอนนี้เศรษฐกิจก็ซบเซา หลายคนตกงานกันง่าย ๆ พอตกงานแล้วก็หางานใหม่ได้ยาก
เธอคิดว่าครอบครัวของเสี่ยวพั่งคงกำลังเจอสถานการณ์แบบนั้น
ใครจะรู้ว่าเสี่ยวพั่งกลับพูดอย่างหวาด ๆ ว่า
“ไม่มีครับ ไม่มีใครตีผม ผมล้มจนเจ็บเอง”
พูดจบ เขาก็จงใจหลบฮั่วเสี่ยวหยาเพื่อไม่ให้เธอซักถามต่อ แล้ววิ่งไปเล่นที่อื่น
