ตอนที่ 1 ถ้าให้โอกาสเธออีกครั้ง เธอจะแต่งงานกับเว่ยเหยียนไหม?
ตอนเว่ยเหยียนเข้าไปในห้องนอนของภรรยาเพื่อหยิบกุญแจรถ เขาบังเอิญค้นเจอแผ่นหนังผู้ใหญ่กองหนึ่งในลิ้นชัก
มิน่าล่ะ ภรรยาที่เคยมีความต้องการสูงมาตลอด จู่ ๆ ถึงทำเมินใส่เขา แถมยังโวยวายขอแยกห้องนอน
ที่แท้ก็แอบดูของพวกนี้อยู่นี่เอง!
“ช่างเถอะ วันนี้พ่อฉันอายุครบ 70 ปี ไม่อยากทะเลาะกับเธอเพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เสียบรรยากาศหรอก”
เว่ยเหยียนทำหน้าบึ้ง โยนแผ่นหนังไปไว้ข้าง ๆ แล้วหยิบกุญแจรถเดินออกจากห้องนอน
เขากับเสิ่นเวยเติบโตมาด้วยกันในหมู่บ้านเดียวกัน เป็นเพื่อนเล่นตั้งแต่เด็ก
ต่อมาพ่อแม่บุญธรรมของเสิ่นเวยทยอยเสียชีวิตด้วยอาการป่วย เขาสงสารเธอ จึงกัดฟันทำงานสามกะแบ่งเบาภาระ ส่งเสียเธอเรียนมหาวิทยาลัยจนถึงปริญญาโท
หลังเรียนจบ ทั้งคู่ก็แต่งงานกันตามธรรมเนียม
เว่ยเหยียนรักเธอมาก ทะนุถนอมเธอราวกับแก้วตาดวงใจ เชื่อฟังและตามใจเธอทุกอย่าง
ชีวิตคู่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุข
กระทั่งเมื่อ 2 ปีก่อน พ่อแม่แท้ ๆ ของเสิ่นเวยตามหาเธอจนพบ แล้วพาเธอกลับไปอยู่ตระกูลเสิ่นผู้มั่งคั่งในเมืองไห่
นามสกุลของเธอเปลี่ยนจากเจียงเป็นเสิ่น
เสิ่นเวยเปลี่ยนจากหญิงสาวธรรมดา กลายเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ในชั่วพริบตา
ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทำให้เธอเริ่มจับผิดเว่ยเหยียนสารพัด แถมยังไม่ยอมให้เขาเปิดเผยเรื่องที่ทั้งคู่แต่งงานกัน
เธอยังจู้จี้กับนิสัยการใช้ชีวิตของเขา เอามาตรฐานของสังคมชั้นสูงมาบังคับเขาไปเสียทุกเรื่อง
เว่ยเหยียนเติบโตมาในชนบท แม้จะเรียนจบมหาวิทยาลัยชื่อดังและทำงานเก่ง
แต่เขาไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ในสังคมชั้นสูง ย่อมมีหลายอย่างที่ทำได้ไม่ดีพอ
เรื่องนี้ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันหลายครั้ง
ช่วงนี้เขาคิดหาทางปรับปรุงความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากับเสิ่นเวยอยู่ตลอด จึงไม่อยากถือสาเธอเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้
ตอนนั้นเอง
โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เว่ยเหยียนหยิบขึ้นมาดู เห็นว่าเสิ่นเวยโทรมา จึงรีบรับสาย
“ฮัลโหล ที่รัก เราตกลงกันแล้วว่าจะกลับบ้านเกิดตอนเย็นไปฉลองวันเกิดพ่อ เดี๋ยวฉันไปรับเธอนะ”
น้ำเสียงของเขาแฝงความคาดหวังไว้อย่างไม่รู้ตัว
ภรรยาไม่ได้กลับบ้านเกิดไปเยี่ยมพ่อแม่สามีมา 2 ปีแล้ว แม้แต่ช่วงปีใหม่ก็ไม่กลับ
น่าเสียดายที่เสียงของเสิ่นเวยฟังดูหงุดหงิดอย่างมาก
“ฉันมีงานด่วนต้องจัดการ นายกลับไปคนเดียวก็แล้วกัน”
เว่ยเหยียนร้อนใจขึ้นมาทันที
“แต่สุขภาพพ่อแย่ลงเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าจะอยู่พ้นปีนี้หรือเปล่า
เธอวางงานไว้ก่อนสักวันไม่ได้เหรอ? ค่อยทำพรุ่งนี้ก็ยังไม่สาย”
พ่อแม่ของเขาเห็นเสิ่นเวยเติบโตมาตั้งแต่เด็ก ตอนที่ส่งเสียเธอเรียน พวกท่านก็ช่วยออกแรงด้วย
ไม่ได้หวังให้เธอตอบแทน แค่อยากให้กลับบ้านมาเยี่ยมกันบ้าง
เสิ่นเวยตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“เว่ยเหยียน นายเป็นผู้ชายทั้งคน ทำไมจู้จี้จุกจิกนัก? ก็แค่งานฉลองวันเกิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ต้องมาคอยนับเล็กนับน้อยกับฉันด้วยเหรอ?
อีกอย่าง พ่อสุขภาพไม่ดี ฉันก็ไม่ใช่หมอสักหน่อย ต่อให้กลับไปแล้วจะทำให้สุขภาพพ่อดีขึ้นได้หรือไง?
พอแค่นี้แหละ ฉันต้องทำงาน ไม่มีเวลามาพูดไร้สาระกับนาย”
ยังไม่ทันที่เว่ยเหยียนจะพูดอะไรต่อ เธอก็กดวางสายอย่างเอาแต่ใจ
พอเขาโทรกลับไปอีกฝ่ายก็ปิดเครื่องแล้ว
เป็นแบบนี้อีกแล้ว
ตั้งแต่เธอกลับไปอยู่ตระกูลเสิ่น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด
หญิงสาวที่เคยอ่อนโยนและเข้าอกเข้าใจคนอื่น จู่ ๆ ก็กลายเป็นคนหยิ่งยโส ไร้ความเห็นอกเห็นใจ เอาแต่ดูถูกเขาและพูดจาแข็งกระด้างใส่ทุกเรื่อง
เว่ยเหยียนรู้สึกเจ็บปวดใจ
แต่สุดท้ายก็ข่มอารมณ์แล้วขับรถกลับบ้านเกิดไปฉลองวันเกิดพ่อ
รถแล่นฉิวไปตามทางด่วนกว้างใหญ่
สายลมเย็นพัดผ่านใบหน้าของเว่ยเหยียน
เมื่อนึกย้อนกลับไปในอดีต
คืนหนึ่งก่อนเสิ่นเวยเรียนจบ เธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ร้ายแรง เสียเลือดมากจนเกือบเสียชีวิต
เขาร้อนใจจนแทบคลั่ง ทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยเธอ
ไม่เพียงบริจาคเลือดให้เธอ แต่ยังเอาเงินเก็บทั้งหมดของครอบครัวมาจ่ายค่ารักษา ทั้งยังกู้เงินออนไลน์ให้เธออีกด้วย เขาทำงานหนักแทบตายอยู่หลายปีกว่าจะใช้หนี้หมด
ระหว่างที่เธอเข้ารับการรักษาฉุกเฉิน เขาได้แต่ภาวนาเงียบ ๆ ในใจให้เธอปลอดภัย ถึงขั้นคิดว่าถ้าเธอตาย เขาก็จะไม่อยู่ต่อเหมือนกัน
ต่อมาเสิ่นเวยรอดชีวิต เธอบอกเขาทั้งที่ร่างกายอ่อนแออย่างยิ่งว่า
‘สามี ตอนแรกฉันคิดว่าคงไม่รอดแล้ว แต่ฉันไม่อยากปล่อยให้นายอยู่บนโลกนี้คนเดียว ก็เลยกัดฟันสู้ต่อ สามี ฉันรักนาย’
คำว่า ‘ฉันรักนาย’ ดังก้องอยู่ในหูของเว่ยเหยียน ช่วยให้เขาสงบลงได้เล็กน้อย
เขาจำใจปลอบตัวเองว่า
“ช่างเถอะ หาเวลาคุยกับเธอดี ๆ สักครั้งในสองสามวันนี้แล้วกัน”
อีกอย่าง เขายังมีความลับเรื่องหนึ่งที่ปิดบังเธอมาครึ่งปีแล้ว เขาคิดว่าถึงเวลาพูดออกไปเสียที
เขารักเธอมาก จนไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองค่อย ๆ กลายเป็นฝ่ายต่ำต้อยในความสัมพันธ์นี้
เขาเชื่อว่าปัญหาระหว่างทั้งคู่เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ขอเพียงได้คุยกันอย่างเปิดอก ขอเพียงบอกความลับนั้นกับเธอ ทั้งคู่ก็จะกลับมาคืนดีกันได้แน่นอน
แต่เขาไม่รู้เลยว่า ยังมีเรื่องที่น่าผิดหวังยิ่งกว่ารออยู่ข้างหน้า
รถยังไปไม่ถึงบ้านเกิด โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เว่ยเหยียนคิดว่าเสิ่นเวยเปลี่ยนใจแล้ว จึงรีบหยิบโทรศัพท์ออกมา
แต่กลับเห็นว่าโจวเฉียนส่งคลิปวิดีโอมาให้
ตระกูลโจวทำธุรกิจด้านศิลปะ มีหน้ามีตาในเมืองไห่ และเป็นมิตรเก่าแก่กับตระกูลเสิ่น ทั้งสองตระกูลไปมาหาสู่กันอย่างใกล้ชิด
โจวเฉียนยังชอบนัดเสิ่นเวยออกไปกินข้าวหรือดูละครเพลงอยู่บ่อย ๆ
ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากกว่าเขาซึ่งเป็นสามีเสียอีก
เว่ยเหยียนเคยแสดงความเห็นไปแล้ว
น่าเสียดาย ทุกครั้งเสิ่นเวยก็ใช้คำพูดอย่าง ‘เป็นแค่เพื่อน นายอย่าคิดมาก’ หรือ ‘เป็นผู้ชายทั้งคน อย่ามัวแต่นับเล็กนับน้อย’ มาปัดเขาไป
เขาทำหน้าบึ้งแล้วกดเปิดคลิป
ในคลิป เสิ่นเวยสวมกระโปรงสั้นสีขาว แต่งหน้าอย่างประณีต ดูบริสุทธิ์ราวกับนางฟ้า
เธอกำลังนั่งยิ้มสดใสอยู่ในห้องคาราโอเกะกับโจวเฉียนและญาติมิตรอีกหลายคน ตรงกลางห้องมีเค้กก้อนใหญ่ตั้งอยู่
โจวเฉียนเป่าเทียนดับ แล้วเอ่ยคำอธิษฐานวันเกิดว่า “อยากจูบพี่เสิ่นเวยสักครั้ง”
จากนั้นท่ามกลางเสียงยุยงของทุกคน เสิ่นเวยกับโจวเฉียนก็จูบกันอย่างดูดดื่ม ก่อนที่คลิปจะจบลง
ที่แท้งานด่วนที่ว่า ก็คือการฉลองวันเกิดให้โจวเฉียน แถมยังทำเรื่องน่าละอายแบบนี้อีก!
เว่ยเหยียนโกรธจนไฟแทบลุก ไม่สนใจจะกลับบ้านเกิดอีกต่อไป เขาหักพวงมาลัยเปลี่ยนทิศทาง ขับมุ่งหน้าเข้าเขตเมืองทันที
เขารู้จักคาราโอเกะแห่งนี้ดี เพราะเป็นกิจการของตระกูลเสิ่น
ตระกูลเสิ่นมีธุรกิจมากมายในเมืองไห่
หลังจากสามีภรรยาเสิ่นตามหาเสิ่นเวยจนพบ พวกเขาก็บอกลูกสาวถึงกิจการเหล่านี้ทั้งหมด
เว่ยเหยียนรู้จักอยู่เพียงไม่กี่แห่ง บางครั้งพอถามภรรยา เธอก็ไม่ยอมบอก ราวกับกำลังระแวงเขาอยู่
หนึ่งชั่วโมงต่อมา รถก็จอดที่ลานจอดรถหน้าคาราโอเกะ
เว่ยเหยียนรีบร้อนเดินไปยังห้องส่วนตัว
เขากำลังจะผลักประตูเข้าไป ก็ได้ยินเสิ่นรั่วหลิง พี่สาวคนโตของเสิ่นเวยพูดขึ้นว่า
“เฮ้อ เดิมทีคู่หมั้นของเวยเวยควรเป็นโจวเฉียนแท้ ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกค้ามนุษย์ เธอจะไปแต่งงานกับเว่ยเหยียนได้ยังไง?”
เว่ยเหยียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าทั้งคู่จะมีความเกี่ยวข้องกันแบบนี้
มิน่าล่ะ หลังโจวเฉียนปรากฏตัว เสิ่นเวยก็ยิ่งเย็นชากับเขา ทั้งสองคนยังออกไปไหนมาไหนด้วยกันอย่างไม่เกรงใจใคร มีท่าทีคลุมเครือไม่ชัดเจน
ตอนนั้นเอง คนอื่น ๆ ก็พากันคล้อยตาม
“น่าเสียดายแทนพี่เสิ่นเวยจริง ๆ เป็นถึงคุณหนูตระกูลใหญ่แท้ ๆ แต่กลับแต่งงานกับลูกชาวนา”
“เว่ยเหยียนมันคางคกอยากกินเนื้อหงส์ มีสิทธิ์อะไรถึงได้เธอไป?”
“นั่นสิ เว่ยเหยียนไม่คู่ควรกับเวยเวยเลย มีแต่โจวเฉียนกับเธอเท่านั้นที่เหมาะกัน เป็นคู่ที่สวรรค์สร้างมาแท้ ๆ”
เว่ยเหยียนโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมแรง
เขาไม่ได้ล้มเหลวอย่างที่คนพวกนี้พูดเลยสักนิด
เขามีความสามารถโดดเด่น ตั้งแต่เข้าทำงานในบริษัทเป็นผู้ช่วยให้เสิ่นเวย ก็เป็นผู้นำโครงการใหญ่หลายโครงการจนสำเร็จ ช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัทหลายหมื่นล้าน
ที่สำคัญ เมื่อ 1 ปีก่อน เสิ่นเวยตัดสินใจผิดพลาด ถ้าไม่ได้เขาช่วยกู้สถานการณ์ บริษัทคงต้องดิ้นรนอยู่ปากเหวแห่งการล้มละลายไปแล้ว
พูดได้ว่า หากไม่มีเขา ก็ไม่มีเครือเสิ่นในวันนี้
แต่ถึงอย่างนั้น
เสิ่นเวยนั่งดื่มเหล้าอย่างเกียจคร้านอยู่กลางกลุ่มคน ไม่คิดจะออกหน้าแก้ต่างให้เว่ยเหยียนแม้แต่น้อย ปล่อยให้คนเหล่านี้ใส่ร้ายเขาตามใจ
ส่วนโจวเฉียน เขามองเสิ่นเวยด้วยสายตาลึกซึ้ง ราวกับกำลังมองสมบัติล้ำค่าที่สุดในโลก คล้ายกำลังเสียดายแทนเธอ และคล้ายกำลังสงสารเธอ
ตอนนั้นเอง
เสิ่นรั่วหลิงก็พูดขึ้นอีกครั้ง
“เวยเวย ถ้าให้โอกาสเธออีกครั้ง เธอจะแต่งงานกับเว่ยเหยียนไหม?”
