หลิวฟางโทรหาเพื่อนสนิททันที
“ฮัลโหล? ผู้จัดการหวังเหรอ ฉันมีเรื่องอยากคุยด้วย เป็นเรื่องพนักงานบริษัทคุณที่ชื่อเว่ยเสี่ยวเทา...”
เธอบิดเบือนเรื่องราวเสียจนกลับตาลปัตร กล่าวหาว่าครอบครัวเว่ยเป็นฝ่ายรังแกเธอ ทั้งที่ความจริงเธอต่างหากที่ไปรังแกคนอื่น
จากนั้นก็วิงวอนให้เพื่อนช่วยไล่เว่ยเสี่ยวเทาออก
ตอนแรกผู้จัดการหวังยังลังเลอยู่บ้าง
“เว่ยเสี่ยวเทาทำงานขยันขันแข็งมาก แถมยังกระตือรือร้นสุด ๆ ทุกวันก็มาถึงก่อนเพื่อนร่วมงาน แล้วยังอาสาอยู่ทำงานล่วงเวลาอีกด้วย
เวลามีงานที่เพื่อนร่วมงานต้องการความช่วยเหลือ เขาก็รับอาสาทำเอง
ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการทำงานหรือการวางตัวก็ไม่มีที่ติ ถ้าฉันไล่เขาออกดื้อ ๆ พนักงานคนอื่นคงไม่พอใจแน่”
เว่ยเสี่ยวเทาเป็นพนักงานที่ดี แถมยังสร้างผลประโยชน์ให้เขาได้ เขาจึงคิดจากมุมของผลประโยชน์และไม่ค่อยอยากไล่อีกฝ่ายออก
แต่ใครจะรู้ว่าในวินาทีต่อมา
หลิวฟางก็พูดขึ้นตรง ๆ
“ผู้จัดการหวัง ถ้าคุณไล่เว่ยเสี่ยวเทาออก ออร์เดอร์ท่อเหล็กของบริษัทเราก็จะยกให้บริษัทคุณทำ กำไรตั้งหลายล้าน อย่าพลาดโอกาสเพราะพนักงานแค่คนเดียวเลยนะ”
ว่ากันตามจริง มิตรภาพระหว่างเพื่อนก็ยังต้องอาศัยผลประโยชน์มาค้ำจุน
ถ้าจะให้ผู้จัดการหวังไล่คนออกโดยไม่ได้อะไรเลย ก็ต้องเป็นคนที่ไม่มีประโยชน์กับเขาอยู่แล้ว
แต่เว่ยเสี่ยวเทาทำงานเก่ง แถมยังเป็นประโยชน์ต่อผู้จัดการหวัง
ถ้าอยากให้เขาไล่อีกฝ่ายออก ก็ต้องเสนอผลตอบแทนที่มากกว่าให้
คนในสังคมชั้นสูงเข้าใจเรื่องการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ดีกว่าชาวบ้านทั่วไปเสียอีก
