เสิ่นเวยจากไปได้ไม่นาน
เว่ยเหยียนก็หาเหตุผลสักข้อแล้วชิ่งออกมาเหมือนกัน
เขาไม่ชอบกินอาหารญี่ปุ่น แถมยังกินของดิบไม่ค่อยได้
จึงกะว่าจะหาร้านเล็ก ๆ ในห้าง สั่งบะหมี่ร้อน ๆ สักชาม
ใครจะคิดว่า พอเดินผ่านหัวมุมไปได้ไม่เท่าไร เขาก็เห็นฮั่วเสี่ยวหยาเดินสวนมาพอดีอย่างไม่คาดฝัน
วันนี้เธอสวมชุดกีฬาเซตสีชมพู รวบผมหางม้าแบบลวก ๆ ใบหน้าเล็ก ๆ ยังคงสวยโดดเด่นสะดุดตา ดวงตาดำขลับราวดวงดาว ยามนี้ยิ่งงดงามราวกับต๋าจี่ในโลกปัจจุบัน งามจนชวนใจสั่น
พอเว่ยเหยียนเห็นเธอ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว รีบหันหลังเตรียมเดินหนีทันที
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเงินค่าซ่อมรถที่เขาชนครั้งก่อนยังไม่ได้จ่าย จึงเดินเข้าไปหาเธอทันที
“เอ่อ คุณฮั่วใช่ไหมครับ คราวก่อนผมชนรถคุณ ค่าซ่อมเท่าไร เดี๋ยวผมโอนให้ตอนนี้เลย”
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมสแกนจ่าย
แต่ฮั่วเสี่ยวหยากลับพูดว่า
“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องชดใช้ก็ไม่ต้องชดใช้ เป็นแค่เขยแต่งเข้าบ้านที่ไม่ได้รับความโปรดปรานอย่างนาย จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายล่ะ?”
ดวงตาดำขลับของเธอจ้องเขาเขม็ง ตอนแรกมองหน้าเขา ต่อมาก็เลื่อนลงไปที่ลูกกระเดือก จากนั้นก็เป็นหน้าอก แล้วต่ำลงไปอีกคือ...
นี่เป็นครั้งแรกที่เว่ยเหยียนถูกผู้หญิงมองอย่างโจ่งแจ้ง ใบหน้าจึงแดงก่ำขึ้นมาทันที
เขาพูดด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วนเล็กน้อยว่า
“ผมมีเงิน แค่ส่งรหัสรับเงินมาให้ก็พอ”
ใครจะคิดว่าฮั่วเสี่ยวหยาจะไม่สนใจคำพูดของเขา กลับมองเขาอย่างโจ่งแจ้งยิ่งกว่าเดิม ถึงขั้นขยับมาแนบข้างหูแล้วกระซิบด้วยเสียงที่มีแค่เขาได้ยินว่า
