วันที่ 25 มิถุนายน เมืองจิง
เสียงจักจั่นกลางฤดูร้อนแผดร้องราวกับคมมีดที่กรีดผ่านห้วงอากาศ เสียงแต่ละระลอกเสียดแทงเข้าโสตประสาท เหล่าครูที่เดินไปมาตามอาคารเรียนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด เร่งฝีเท้าเข้าสู่ห้องพักครูชั้นมัธยมปลายปีสาม
เข็มนาฬิกาบนผนังด้านเหนือเดินติ๊กต่อกไม่หยุด ราวกับหัวใจของทุกคนในยามนี้ที่เต้นตึกตักเป็นจังหวะชัดเจน ทั้งรวดเร็วและเปี่ยมพลัง
“ฉันว่าปีนี้นักเรียนคะแนนสูงสุดของประเทศมีโอกาสเป็นเด็กโรงเรียนเราไม่น้อยเลย” ครูประจำชั้นห้องหนึ่งชั้นมัธยมปลายปีสามประคองถ้วยชาไว้ในมือ เป่าลงไปเบา ๆ เห็นเก๋ากี้เม็ดอวบลอยอยู่สองสามเม็ด
“ดูจากการสอบจำลองทั้งสามครั้ง คะแนนของสือเวยเหยียนจากห้องสามแทบจะเกิน 730 ทุกครั้ง พอเทียบกับคะแนนของนักเรียนที่ได้อันดับหนึ่งในปีก่อน ๆ แล้ว ตำแหน่งนี้ก็แทบจะแน่นอน”
ครูประจำชั้นห้องสามหัวเราะหึ ๆ โดยไม่พูดอะไร ส่วนครูประจำชั้นห้องอื่น ๆ ต่างพยักหน้าตาม การสอบจำลองสามครั้ง สือเวยเหยียนได้คะแนนเกิน 730 ทั้งสามครั้ง เป็นว่าที่นักเรียนคะแนนสูงสุดอย่างแท้จริง
ได้ยินว่าผู้อำนวยการแอบทำป้ายแสดงความยินดีกับนักเรียนคะแนนสูงสุดไว้เรียบร้อยแล้ว รอเพียงระบบเปิดตอนเที่ยง ก็จะได้เป็นสักขีพยานในช่วงเวลาประวัติศาสตร์
“ที่จริง ฉันว่าเวินหร่วนจากห้องแปดมีโอกาสมากกว่านะ”
ครูฟิสิกส์หนุ่มที่นั่งรับลมจากเครื่องปรับอากาศเอ่ยขึ้น “ถึงช่วงสองเดือนสุดท้ายเวินหร่วนจะไม่ได้มาโรงเรียน เลยไม่ได้เข้าสอบจำลอง แต่ถ้าดูผลสอบตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีสาม เธอทำคะแนนได้สม่ำเสมอมาก สือเวยเหยียนขยันและตั้งใจจริงก็ใช่ แต่ถ้าเทียบกับเวินหร่วนแล้ว ฉันว่าเขายังขาดพรสวรรค์อยู่บ้าง ฉันพนันข้างเวินหร่วน ถ้าแพ้จะเลี้ยงชานมทุกคนเอง”
พอพูดถึงเวินหร่วน ครูซุน ครูประจำชั้นห้องแปดที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ก็สะดุ้งขึ้นมา ต้องยอมรับว่าเวินหร่วนเป็นเด็กที่เกิดมาเพื่อการเรียนจริง ๆ
ไม่ว่าจะเรียนรู้อะไรก็ไว ครูอธิบายบทเรียนเพียงครั้งเดียว เธอก็เข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง ทุกครั้งที่สอบก็คว้าอันดับหนึ่งของชั้นปีได้อย่างมั่นคง ปัญหาคือช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอกลับลาหยุดไปถึงสองเดือน
ครั้งล่าสุดที่เขาเจอเธอคือ 15 นาทีก่อนเริ่มสอบ เธอเดินมาหาเขาอย่างไม่เร่งรีบ ท่าทางว่าง่าย แล้วเรียกเขาเบา ๆ ว่า “คุณครู” สีหน้าไม่แสดงความประหม่าแม้แต่น้อย
“จริง ๆ ฉันก็เชียร์เวินหร่วนเหมือนกัน แต่สองเดือนสุดท้ายมีปัจจัยแปรผันเยอะเกินไป ฉันพนันข้างสือเวยเหยียน ถ้าแพ้จะให้ซองแดงก้อนโตเลย”
“เฮ้ ๆ ฉันด้วย ฉันพนันข้างสือเวยเหยียนเหมือนกัน”
เหล่าครูต่างพูดคุยกันคนละคำสองคำ บรรยากาศตึงเครียดที่มีอยู่แต่เดิมจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“แค่ก ๆ...” หัวหน้าชั้นปีและผู้อำนวยการยืนอยู่หน้าประตู กดเสียงต่ำเอ่ยว่า “ใกล้แล้ว ระบบกำลังจะเปิด ผลจากความพยายามตลอดสามปีใกล้ได้เก็บเกี่ยวแล้ว”
ครูประจำชั้นทุกคนกลับไปยังที่นั่งของตนเอง รายชื่อนักเรียนที่ต้องจับตาดูเป็นพิเศษพร้อมข้อมูลตรวจสอบคะแนนจัดเตรียมไว้เรียบร้อย ลำดับการตรวจผลคะแนนก็เรียงไว้ชัดเจนแล้ว
เมื่อเห็นว่ายังเหลืออีกครึ่งชั่วโมง มือที่ไถโทรศัพท์อยู่ก็เริ่มสั่นน้อย ๆ โดยไม่รู้ตัว เนื้อหาที่ปกติชอบอ่านกลับจืดชืดไร้รสชาติในเวลานี้
ทุกวินาทีช่างผ่านไปอย่างยากเย็น จนหน้าผากเริ่มมีเหงื่อซึมบาง ๆ
เที่ยงตรง เว็บไซต์ตรวจสอบคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเปิดให้ใช้งาน
ครูประจำชั้นห้องแปดกำหมัดแน่น ก่อนกรอกข้อมูลของเวินหร่วนลงในช่องหมายเลขผู้เข้าสอบและรหัสผ่าน แล้วใช้นิ้วกลางกดปุ่มยืนยัน
แถบโหลดบนหน้าจอหมุนวนไม่หยุด แต่หน้าเว็บก็ไม่ยอมเปิดขึ้นมา
ผ่านไปครึ่งนาทีแล้ว ก็ยังไม่มีข้อมูลใด ๆ ปรากฏ
“หรือว่า...” ครูซุนพยายามตั้งสติ “ยังไม่โหลดขึ้นมาแปลว่าเป็นเรื่องดีต่างหาก” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ จากนั้นก็ลบชื่อเวินหร่วนออก แล้วเริ่มตรวจผลของนักเรียนคนที่สอง หน้าจอเปลี่ยนไปและโหลดสำเร็จ:
ชื่อ: หวังฟาง
หมายเลขผู้เข้าสอบ: 20261256785
คะแนนสอบ:
ภาษาจีน: 116
คณิตศาสตร์: 120
ภาษาอังกฤษ: 117
ฟิสิกส์: 80
เคมี: 85
ชีววิทยา: 88
คะแนนรวม: 606
อันดับทั่วมณฑล: 19899
“ไม่เลวเลย ทำได้ดีทีเดียว” ครูประจำชั้นพอใจกับคะแนนของหวังฟาง “เข้ามหาวิทยาลัยระดับ 985 ได้สบาย”
“ให้ตายเถอะ คะแนนของสือเวยเหยียนถูกระบบซ่อนไว้แล้ว!!!” ครูประจำชั้นห้องสามที่อยู่อีกฝั่งแทบจะกระโดดตัวลอย สีหน้าตื่นเต้นผิดปกติ “รีบดูเร็ว!”
หัวหน้าชั้นปีและผู้อำนวยการเดินเข้าไปดู บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ปรากฏข้อความอย่างชัดเจนว่า: คะแนนของนักเรียนรายนี้อยู่ในกลุ่มอันดับต้น ๆ ของทั้งมณฑล คะแนนถูกซ่อนไว้ชั่วคราว และจะเปิดให้ตรวจสอบในเวลาที่กำหนด
“ดีมาก ๆ ฮ่า ๆ ๆ” ผู้อำนวยการหัวเราะอย่างพึงพอใจ อารมณ์ดีจนตบไหล่ครูคนนั้น ก่อนหันไปถามว่า “แล้วคะแนนของเวินหร่วนเป็นยังไงบ้าง?”
พอพูดถึงเวินหร่วน ทุกคนก็หันมามองพร้อมกัน ครูซุนปิดหน้าผลคะแนนของหวังฟางอย่างใจเย็น “น่าจะถูกซ่อนไว้เหมือนกัน เมื่อกี้แค่โหลดไม่ขึ้น”
“น่าจะ?” หัวหน้าชั้นปีจับสังเกตคำนี้ได้อย่างไว ก้าวพรวดเดียวไปถึงหน้าโต๊ะของครูซุน “ฉันตรวจเอง”
นิ้วเรียวยาวเคาะแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่ว กรอกข้อมูลของเวินหร่วนลงไปทีละช่อง ทุกคนพากันเข้ามาล้อมเป็นวงด้วยความอยากรู้ บนหน้าจอปรากฏข้อความว่า: คะแนนของนักเรียนรายนี้อยู่ในกลุ่มอันดับต้น ๆ ของทั้งมณฑล คะแนนถูกซ่อนไว้ชั่วคราว และจะเปิดให้ตรวจสอบในเวลาที่กำหนด
ทุกคนสูดปากด้วยความตกใจ ก่อนจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผลขึ้นมา
เวินหร่วนเชียวนะ เพื่อนร่วมชั้นเรียกเธอว่า “อัจฉริยะ” ต่อให้ลาหยุดในช่วงสองเดือนสุดท้ายก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็ไม่มีทางตกจากบัลลังก์ได้หรอก
ในเวลาเดียวกัน ที่เมืองหนาน
ใต้ต้นอู๋ถงเขียวชอุ่ม หญิงสาวในเสื้อแขนสั้นสีขาวกับกางเกงยีนส์สีอ่อนนั่งอยู่บนเก้าอี้โยก ไกวตัวไปมาอย่างเอื่อยเฉื่อย
ขาเรียวยาวทั้งสองข้างวางพาดอยู่บนที่พักเท้าของเก้าอี้โยก สายลมพัดผ่าน เส้นผมสองสามปอยพลิ้วไหว ใบหน้าได้รูปงดงามราวกับเป็นผลงานชิ้นเอกที่สวรรค์บรรจงแกะสลัก
โทรศัพท์บนโต๊ะชาแก้วข้างตัวสั่นครืด ข้อความทยอยหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
“หร่วนหร่วน วันนี้ประกาศผลสอบใช่ไหม?” ชายชราร่างแข็งแรงเดินออกมาจากในบ้าน ผมหวีเรียบกริบไร้ที่ติ ยามก้าวเดินก็ปราดเปรียว กระปรี้กระเปร่าเต็มเปี่ยม
เวินหร่วนลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง สีหน้าซุกซนเล็กน้อย “คุณตา งานยุ่งรัดตัวขนาดนั้น ยังจำเวลาเช็กคะแนนได้แม่นเลยนะคะ”
“เรื่องใหญ่แบบนี้ต้องจำอยู่แล้ว” ชายชราเห็นเธอไม่รีบร้อน ก็พอจะเดาได้ในใจ เขายิ้มอย่างเอ็นดูแล้วพูดว่า “ดูท่าคงสอบได้ไม่เลวสินะ”
“ก็น่าจะโอเคค่ะ” เวินหร่วนลุกขึ้นนั่ง เอียงศีรษะแล้วยิ้มตาหยี ดูคล้ายแมวสามสีแสนสวยที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในลานบ้านเสียจริง โทรศัพท์พลันดังขึ้นพอดี บนหน้าจอแสดงชื่ออย่างชัดเจนว่า: เวินฉงเยว่
รอยยิ้มบนใบหน้าของเวินหร่วนพลันเลือนหาย เธอยื่นมือไปกดตัดสาย
“ไม่รับหรือ?”
“จะรับไปทำไมคะ”
“นั่นพ่อของเธอนะ” คุณตาถอนหายใจ
“เมื่อสามเดือนก่อน หนูยังคิดว่าเขาเป็นพ่อที่ดีอยู่เลย แต่...เขาทำเรื่องที่ผิดต่อแม่” เวินหร่วนเม้มริมฝีปาก ก่อนเลิกคิ้ว หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงขณะเอ่ยเสียงเย็นชา “เขามันไม่ใช่คน”
พูดจบเธอก็หันหลังเดินเข้าบ้าน ผ่านประตูวงเดือน แล้วเด็ดดอกวิสทีเรียดอกหนึ่งข้างทางอย่างระบายอารมณ์ ก่อนเงาร่างจะหายลับไปในระเบียงกลางเรือน
พ่อบ้านชรามองเวินหร่วนที่กำลังโมโห แล้วหัวเราะเบา ๆ พลางยกถาดน้ำชาเดินออกมา “ดูสิ คุณหนูหร่วนหร่วนของเรากำลังพองลมด้วยความโกรธเชียว”
ชายชราลุกขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้โยกที่ว่างอยู่ ไกวอยู่หลายนาที ก่อนลดเสียงลงถามว่า “เหล่าจง เธอคิดว่าเวินฉงเยว่ทำเรื่องผิดต่ออาฉิงจริงหรือ?”
พ่อบ้านยืนอยู่ด้านหลัง มองต้นอู๋ถงแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ลูกเขยสืบเชื้อสายจากตระกูลเวินผู้ทรงอิทธิพลในเมืองจิง เมื่อพิจารณาจากธรรมเนียมของตระกูลเวินและที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี ลูกเขยดูไม่เหมือนคนที่จะทำเรื่องนอกลู่นอกทาง อย่างไรเสีย...ปีนี้หน้าที่การงานของลูกเขยก็อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ”
“อืม พูดได้ดี เขาดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีมาหลายปีแล้ว ปีนี้ตามธรรมเนียมจะมีการผลัดเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูง ถึงคราวเขาพอดี” ชายชรายกถ้วยชาขึ้นมา เป็นถ้วยเก่าทรงเตี้ยเคลือบสีขาวอมจันทร์จากเตาเครื่องถ้วยหลวง ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ถ้วยอย่างแผ่วเบา ก่อนหลับตาลงเล็กน้อย คล้ายกำลังเข้าสู่ภวังค์
ไม่นานนักก็มีสายโทรศัพท์โทรเข้ามือถือของพ่อบ้าน อีกฝ่ายพูดรายละเอียดให้ฟังทางสาย พ่อบ้านแทบกรีดร้องด้วยความตื่นเต้น ในหัวราวกับมีเสียงไก่ขันดังขึ้น “จริงหรือ?! ดี ๆ ๆ เดี๋ยวผมไปรายงานนายท่านเดี๋ยวนี้ ดี ๆ ๆ!”
หลังวางสาย สีหน้าตื่นเต้นก็เก็บไม่อยู่ ริ้วรอยลึกบนใบหน้าที่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานเผยรอยยิ้มยินดีที่ไม่ได้เห็นมาหลายปี เขาตื่นเต้นจนเกือบกัดลิ้นตัวเอง
“นายท่านครับ ตรวจคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของคุณหนูหร่วนหร่วนได้แล้วครับ เธอได้อันดับหนึ่งของประเทศ! อันดับหนึ่งของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลยครับ!”
