วันที่ 23 มิถุนายน ปี 2035 เวลาเจ็ดโมงตรง รถไฟโดยสารสีเขียวค่อย ๆ แล่นเข้าสู่อุโมงค์เทียมที่มืดสนิท
ในตู้โดยสารกำลังพูดคุยกันถึงข่าวลี้ลับที่กำลังเป็นกระแส เรื่องศพในห้องเก็บศพของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งหายไปอย่างกะทันหันกลางดึก
คุณป้าคนหนึ่งที่อุ้มหลานชายสุดที่รักอยู่ในอ้อมแขนออกความเห็นว่า “โธ่เอ๊ย ข่าวปลอมแน่นอน เดี๋ยวนี้คนหนุ่มสาวเพื่อเรียกกระแสกับยอดวิว ไม่เหลือแม้แต่จรรยาบรรณกันแล้ว…”
พูดจบ คุณป้าก็หันไปมองหญิงสาวที่อุ้มลูกแมวอยู่ด้วยสีหน้าเหยียดหยาม “โธ่เอ๊ย หนูจ๋า จะพาลูกแมวขึ้นรถไฟได้ยังไงกัน เมื่อคืนมันเอาแต่ข่วนอยู่ตลอด เสียงดังจนฉันนอนไม่หลับทั้งคืนเลย…”
หญิงสาวหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ก้มหน้าดันหัวลูกแมวที่กำลังยื่นออกมามองอย่างสงสัยกลับเข้าไปในอ้อมแขน
ข้าง ๆ กัน หลานชายสุดที่รักเตะพนักเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเล่นอย่างซุกซนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเกิดเสียงดังแหลมบาดหู คุณป้าแค่เอ่ยห้ามส่ง ๆ ไม่กี่คำ จากนั้นก็ปล่อยให้เด็กชายส่งเสียงเอะอะในที่สาธารณะต่อไป
เข้มงวดกับคนอื่น แต่ผ่อนปรนกับตัวเองจริง ๆ
ถังเหยากลอกตาอย่างเอือมระอา
ชายคนหนึ่งตรงทางเดินฝั่งซ้ายของตู้โดยสารพลันตะโกนขึ้นมา “ทำไมโพสต์พวกนี้ถึงถูกลบหมดเลยล่ะ เมื่อกี้ยังมีอยู่เลยนะ!”
“……”
แน่นอนว่ารัฐเข้ามาจัดการแล้ว ทางการตั้งใจปิดข่าวเพื่อไม่ให้ประชาชนจำนวนมากตื่นตระหนก
ส่วนศพเหล่านั้น บางทีอาจกลายเป็นสิ่งลี้ลับไปแล้ว หรือไม่ก็ถูกบางสิ่งเข้าสิงควบคุมจนหนีไป
ในนิยายต้นฉบับเคยเขียนไว้ว่า ก่อนที่สิ่งลี้ลับจะฟื้นคืนและปะทุขึ้นในวงกว้าง ก็มีปรากฏการณ์ลี้ลับบางอย่างเกิดขึ้นแล้ว ในนั้นมีแมลงชนิดหนึ่งที่น่าสะพรึงกลัวและแพร่พันธุ์ได้เก่งมาก มันสามารถเข้าสิงและควบคุมศพของมนุษย์กับสัตว์ให้เคลื่อนไหวได้
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินมาถึงช่วงหลัง ราชาแมลงที่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมสติปัญญาจะก่อให้เกิดภัยพิบัติแมลง ทำลายฐานที่มั่นของมนุษย์นับไม่ถ้วน
แต่เรื่องพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่ตัวประกอบตัวเล็ก ๆ อย่างถังเหยาจะเข้าไปแทรกแซงได้ สิ่งที่เธอต้องทำมีเพียงพยายามเอาชีวิตรอด
