ถังเหยาทำอาหารง่าย ๆ สี่จานกับซุปหนึ่งอย่าง พอสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่ลอยขึ้นมาจากอาหาร ก็รู้สึกเหมือนได้มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ส่วนอวี่เจาหลังจากได้ฟังคำแนะนำของถังเหยา ก็เปลี่ยนพลังวิญญาณให้กลายเป็นเส้นไหมบางเฉียบ ขึงวนรอบห้อง รวมถึงหน้าต่างและประตูทางเข้า เพื่อทำเป็นกับดักและระบบเตือนภัย ต่อให้ถึงกลางคืน สิ่งลี้ลับระดับต่ำที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาก็ไม่กล้าเข้าใกล้อย่างแน่นอน
อวี่เจาช่วยถังเหยายกอาหารที่ทำเสร็จแล้วไปวางบนโต๊ะอาหารด้านนอก ถังเหยาพบว่าฉวีซิวฉือยังอาบน้ำไม่เสร็จเสียที แถมในห้องน้ำก็ดูเหมือนจะไม่มีเสียงน้ำแล้ว เธอจึงรีบถอดผ้ากันเปื้อน เดินไปเคาะประตูห้องน้ำเบา ๆ “อาฉือ อาบเสร็จหรือยัง”
ในห้องเปิดไฟดวงเล็กไว้ แสงสลัวส่องเงาดำตะคุ่มบนประตูห้องน้ำ หลังจากผ่านไปนาน เด็กหนุ่มถึงค่อย ๆ เปิดประตูออกมา เส้นผมเปียกชุ่ม หยดน้ำไหลลงมา ดวงตาที่เปียกชื้นไม่ต่างกันยังคงแดงก่ำราวกับเลือดยังไม่จาง ดูเหมือนลูกแก้วใสไร้สิ่งเจือปน เขาก้มหน้าอย่างห่อเหี่ยว กัดริมฝีปากแล้วพึมพำเสียงเบา “ผม... น่าเกลียด...”
ถังเหยาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นไปหยุดนิ่งอยู่บนเส้นผมของเด็กหนุ่ม ซึ่งดูไร้ชีวิตชีวาราวกับหญ้าแห้ง
เธอนิ่งงันไปนาน ไม่พูดอะไรออกมา
ถังเหยาอดนึกถึงครั้งแรกที่พบกันไม่ได้ ตอนนั้นเด็กหนุ่มผลักประตูเดินเข้ามาอย่างไม่ใส่ใจ เขาสวมเสื้อแขนสั้นสีขาว กระดูกไหปลาร้าอันงดงามเห็นชัดอยู่ใต้เนื้อผ้า เส้นผมของเขานุ่มเป็นพิเศษ ราวกับแสงแดดก็ยังโปรดปรานเขาเป็นพิเศษ จึงสาดลงมาพอดี ย้อมเส้นผมของเด็กหนุ่มให้เป็นสีทองอร่ามงดงาม ทั้งตัวราวกับกำลังเปล่งประกาย หากอยู่ในวัยเรียน เขาคงเป็นคนที่สาว ๆ มากมายแอบชอบ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นคนอับเฉาไร้ชีวิตชีวาจนแม้แต่ตัวเองยังรังเกียจ
