หยุนอี้นอนอยู่บนเตียงเล็ก แต่ไม่ได้หลับจริง ๆ
เขาลอบโคจรเคล็ดวิชา ดูดซับพลังวิญญาณ
ซูชิงเยว่นอนอยู่บนเตียงเล็กข้าง ๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง แอบชำเลืองมองหยุนอี้
หยุนอี้รับรู้ได้ถึงสายตาของเด็กหญิงตัวน้อย จึงลืมตาข้างหนึ่งมองซูชิงเยว่
“เยว่เยว่ รีบนอนดี ๆ ได้แล้ว!”
พอรู้ว่าถูกจับได้ ซูชิงเยว่ก็รีบส่งยิ้มหวาน ๆ อย่างไร้เดียงสาให้หยุนอี้
จากนั้นก็รีบหลับตาปี๋
เมื่อพลังวิญญาณในอากาศไหลมารวมตัวกันภายในห้องไม่ขาดสาย
ห้องที่เดิมยังร้อนอบอ้าวก็พลันเย็นสบายขึ้น
สบายยิ่งกว่าเปิดเครื่องปรับอากาศเสียอีก
หลี่หลานไม่ต้องคอยเป็นห่วง เด็ก ๆ ต่างก็พากันเข้าสู่ห้วงนิทราทีละคน
ซูชิงเยว่กำมือหยุนอี้ไว้แน่น แล้วก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว
“เด็ก ๆ กลุ่มนี้ว่าง่ายดีเหมือนกันนะ!”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา หยุนอี้ดูดซับพลังวิญญาณรอบตัวจนหมดแล้วจึงหยุดบำเพ็ญเพียร
“ดูดซับพลังวิญญาณแบบนี้อีกสักสองสามครั้ง ก็น่าจะทะลวงสู่ขั้นกลางของขั้นหลอมปราณได้แล้ว!”
หยุนอี้ลองคาดคะเนคร่าว ๆ
ตอนนั้นเอง หลี่หลานก็เข้ามาปลุกเด็ก ๆ ให้ตื่น
เป็นไปตามคาด มีเด็กคนหนึ่งฉี่รดที่นอน
“ฮือ ๆ แม่ หนูอยากหาแม่!”
เด็ก ๆ ที่ฉี่รดที่นอนสองสามคนทำอะไรไม่ถูก จึงร้องไห้โฮขึ้นมาทันที
ซูชิงเยว่จับมือหยุนอี้ไว้ ท่าทางกระมิดกระเมี้ยนเล็กน้อย “อี้อี้ เยว่เยว่ก็ฉี่รดที่นอนเหมือนกัน!”
“เยว่เยว่เป็นเด็กไม่ดีหรือเปล่า?”
ซูชิงเยว่เบะปาก น้ำตาเริ่มหยดแหมะ
“เยว่เยว่ไม่ใช่เด็กไม่ดีนะ อี้อี้อย่าเกลียดเยว่เยว่เลย!”
“ฮือ ๆ ๆ……”
“เยว่เยว่ไม่ร้องนะ พี่จะไม่ชอบเยว่เยว่ได้ยังไง!”
