เมื่อกลับถึงบ้าน หยุนอี้ก็เดินออกมาจากห้องราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่มีใครรู้เลยว่าหยุนอี้ไปเขาชิงหลานมา
“เสียงปืนเหมือนจะเงียบไปแล้ว!” หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ พวกเขาก็ไม่ได้ยินเสียงปืนอีกเลย
“เสียงปืนเงียบไป ก็หมายความว่าพวกพรานเถื่อนคงกลับออกมาไม่ได้แล้ว!”
“ดูท่าเทพภูเขาจะพิโรธ ลงมือสั่งสอนพวกนั้นแล้ว!” หยุนเจี้ยนหัวชินกับเรื่องทำนองนี้มานานแล้ว
“โชคดีที่ไม่มีสัตว์ป่าตกใจจนหนีลงเขามา!” เรื่องนี้ทำให้หยุนเจี้ยนหัวพอใจไม่น้อย
หยุนอี้ฟังแล้วเพียงยิ้มบาง ๆ เทพภูเขาที่คุณปู่พูดถึง ตอนนี้กำลังพันอยู่บนข้อมือของเขานี่เอง!
……
ยามค่ำ
หยุนอี้หยิบเตาหลอมโอสถระดับเก้าออกมาจากห้อง ตอนนี้เขาจะเริ่มหลอมโอสถชำระไขกระดูกแล้ว
เขานำหญ้าชำระไขกระดูกกับผลเปิดชีพจรออกมาจากแหวนว่านเซี่ยง ปล่อยเพลิงวิญญาณออกมาอุ่นเตา จากนั้นจึงใส่สมุนไพรวิญญาณลงไป
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หยุนอี้ก็หลอมโอสถชำระไขกระดูกชุดแรกสำเร็จ
เมื่อเปิดฝาเตา ก็เห็นโอสถชำระไขกระดูกชั้นเลิศสิบเม็ดนอนนิ่งอยู่ข้างใน
จากนั้นก็เป็นชุดที่สองและชุดที่สาม
หญ้าชำระไขกระดูกสามต้นกับผลเปิดชีพจรสามผล หยุนอี้หลอมโอสถชำระไขกระดูกได้ทั้งหมดสามสิบเม็ด
ก่อนหลอมโอสถชำระไขกระดูก หยุนอี้ได้นำเมล็ดของผลเปิดชีพจรออกมาแล้ว ต่อให้โอสถชำระไขกระดูกหมดในภายหน้า ก็ยังปลูกเพิ่มได้
หลอมโอสถเสร็จแล้ว หยุนอี้ก็หยิบศิลาวิญญาณออกมาเริ่มบำเพ็ญ
คืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบสงบ หยุนอี้ใช้เวลาทั้งคืนไปกับการบำเพ็ญ
แค่คืนเดียว หยุนอี้ก็หลอมศิลาวิญญาณชั้นเลิศไปหนึ่งก้อน นับว่าผลาญทรัพยากรไม่น้อยเลย
