เฉินจิ้งถามจบ นัยน์ตาเป็นประกายน่ากลัว
เฉินตงเม่ยอึ้งไปครู่หนึ่ง กว่าจะตั้งสติได้ว่าเธอพูดถึงอะไร ใบหน้าก็แดงก่ำขึ้นมาทันที พร้อมกับความรู้สึกอึดอัดใจผุดขึ้นในอก
ทำไมพี่จิ้งถึงถามแบบนี้?
เธออ้าปากกำลังจะพูด เฉินจิ้งเห็นหน้าแดงระเรื่อ ก็คิดว่าตัวเองเดาถูก รีบคว้ามือเธอไว้
ในแววตาฉายแววสงสาร ตื่นเต้น และแฝงด้วยความดูถูก
“ตงเม่ย ไอ้หลิวจื่อหม่านั่นมันไม่ใช่คนจริง ๆ พี่บอกเลยนะ ในหมู่บ้านมีสาว ๆ หลายคนโดนมันทำร้าย ไม่ใช่แค่เธอหรอก!
เธอนี่นา เรื่องนี้ควรบอกพี่สาวกับแม่ของเธอตั้งแต่แรก ตอนนี้เพิ่งแต่งงาน เหวินฮ่าวกำลังหลงใหลเธอ แต่ถ้าเธอไม่มีเลือดพรหมจารี มันก็จะเป็นปมในใจเขาอยู่ดี นานไปเขาต้อง...”
“ฉันไม่ได้!”
เฉินตงเม่ยกระชากมือออก แก้มแดงก่ำขยับตัวออกห่าง
“พี่จิ้ง พี่พูดอะไรเหลวไหล ใครบอกพี่ว่าฉันถูกหลิวจื่อหม่าทำมิดีมิร้าย?”
เธอเบิ่งตาโต อกกระเพื่อมแรง ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าพี่จิ้งเป็นคนอ่อนโยน แต่มาพูดกับเธอแบบนี้ได้ยังไง!
“แล้วบนเตียงนั่น...”
เฉินจิ้งเห็นเฉินตงเม่ยโกรธก็ตกใจ
เพิ่งเคยเห็นเธอโกรธ!
เฉินจิ้งยิ้มแหย ๆ พูดค้างไว้ครึ่งหนึ่ง หันไปมองบนเตียงอิฐ ทำนองสื่อความหมาย
เฉินตงเม่ยปกติได้ยินพวกป้า ๆ ในหมู่บ้านพูดคำหยาบโลนมามาก รู้ว่าเลือดพรหมจารีที่ว่าหมายถึงอะไร
