ตอนที่ 3 ตอนนี้จะถอนหมั้น!
หลังจากเจียงเหวินฮ่าวเดินจากไป เฉินตงเม่ยมองแผ่นหลังของเขาครู่หนึ่ง คิดว่าเดี๋ยวถ้าเขารู้ว่าพ่อแม่จะถอนหมั้น ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง
ได้ยินว่าเขาอารมณ์ไม่ค่อยดี ถ้าเขาโกรธขึ้นมา พ่อแม่จะกลัวไหมนะ?
ถ้ากลัวขึ้นมาล่ะก็…
คิดถึงตรงนี้ มุมปากเธอก็ยกยิ้ม แล้วรีบเดินไปที่ริมแม่น้ำ
เดี๋ยวป้าใหญ่ก็จะมาแล้ว เธอต้องรีบซักให้เสร็จ จะได้กลับไปเจอป้าเร็วๆ
ปกติกว่าจะมาซักผ้าก็หลังกินข้าวเช้า แต่วันนี้แม่จงใจ
พี่ใหญ่ไปแล้ว แม่ก็ยังระบายอารมณ์ใส่เธออีก
เฉินตงเม่ยทุบผ้าอย่างแรง มองน้ำสกปรกบนผ้าถูกทุบออกมาทีละนิด
เพิ่งผ่านฤดูน้ำค้าง อากาศตอนเช้าตรู่ก็เริ่มหนาวแล้ว มาซักผ้าตอนเช้า น้ำก็เริ่มเย็นมือ ซักผ้าไม่กี่ตัว มือเธอก็แดงเล็กน้อย
เธอพยายามบิดน้ำออกจากผ้า สุดท้ายวางไม้ทุบผ้าลงบนกองผ้า แล้วออกแรงอุ้มกะละมังขึ้นมา
ระหว่างเดินกลับ เจอพวกป้าน้าชาวบ้าน ชี้นิ้วนินทาเธอ เธอก้มหน้าก้มตาเดินเลียบข้างทาง
“ลูกสาวคนรองบ้านก่วงเถียนแต่งตัวซอมซ่อทุกวัน ไม่เหมือนเด็กสาวเลย!”
“เด็กนี่เจอคนก็ไม่ยอมทัก ไม่แปลกที่ซิ่วเจินไม่ชอบ!”
“ก็ใช่น่ะสิ โตมาไม่ได้อยู่กับแม่ เด็กคนนี้กับแม่ก็เลยไม่สนิทใจ”
“พวกหนุ่มๆ ในหมู่บ้านชอบมาสุมๆ ใกล้เด็กนี่ ดูก็รู้ว่าไม่เอาดี สู้เด็กโง่บ้านฉันไม่ได้หรอก…”
“……”
พูดกันเลยเถิดไปเรื่อย กระทั่งว่าเฉินตงเม่ยแอบเข้าไร่ข้าวโพดกับหนุ่มคนไหน
พวกนางพูดกันโดยไม่หลบหลีกเฉินตงเม่ยเลย เสียงมันมีขา วิ่งเข้าหูของเฉินตงเม่ยหมด
เธอก้มหน้า มือกำขอบกะละมังแน่น ในใจรู้สึกขมขื่นระลอกๆ
ไม่ใช่ว่าเธอไม่กล้าแก้ต่างให้ตัวเอง แต่ถ้าเธอปริปาก คนพวกนี้จะพูดจาแย่ลงอีก แถมยังไปฟ้องแม่ของเธอด้วย
แม่ของเธอไม่เพียงไม่ปกป้องเธอ พอคนพวกนี้ไปแล้ว ยังจะสั่งสอนเธออีก ไม่ตีก็ด่า
อ้อมไปหลังบ้าน กำลังจะเข้สานบ้าน เฉินตงเม่ยก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
ไม่รู้ว่าแม่เจอพี่เขยคนนี้จะเป็นยังไง?
แม่จะพูดเรื่องถอนหมั้นยังไงนะ?
คิดในใจ เท้าก็เร่งฝีเท้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ตอนนี้ ในบ้านเพิ่งเกิดการทะเลาะกันยกใหญ่
ตอนที่เจียงเหวินฮ่าวมาถึง หวังซิ่วเจินกำลังปอกมันฝรั่งอยู่ ในใจคิดอย่างเบิกบานถึงเรื่องที่ลูกสาวคนโตจะไปหาเงินทางใต้
เช้านี้คุยกับพ่อของลูกแล้ว ถึงตระกูลเจียงจะให้ค่าสินสอดสามร้อยหยวน แต่คนตระกูลเจียงไม่น่ามีดีด้วย ต่อไปถ้าอวี้เหมยแต่งไป ชีวิตก็ไม่แน่ว่าจะดี อวี้เหมยก็ช่วยเหลือครอบครัวตัวเองไม่ได้
แต่หวงหย่งไม่เหมือนกันนี่
เด็กคนนี้ไม่มีพ่อมาตั้งแต่เล็ก ที่บ้านมีแค่แม่แก่กับพี่สาว พี่สาวก็แต่งออกไปแล้ว สองบ้านก็อยู่หมู่บ้านเดียวกัน
หวงหย่งทำงานทางใต้เดือนนึงได้ร้อยกว่าหยวน ปีนึงก็พันกว่าหยวน
อวี้เหมยไปแล้ว สองคนเดือนนึงก็หารายได้สองร้อยกว่าหยวน ปีนึงนั่นก็สองพันกว่าหยวน!
สองคนอยู่หมู่บ้านเดียวกัน อวี้เหมยกลับมาก็สะดวก
ถึงตอนนั้น ถึงนางจะให้เงินครอบครัวตัวเองเดือนละห้าสิบ ปีนึงก็หกร้อย ยังเยอะกว่าเงินเดือนครูที่สอนหนังสือในนี้ซะอีก
ครูเดือนนึงเงินเดือนแค่สามสิบกว่าหยวน
คิดแบบนี้ ค่าสินสอดสามร้อยหยวนที่ตระกูลเจียงให้ก็ไม่น่าสนใจแล้ว
เมื่อก่อนถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่คุณยายน้องของเขา คงไม่ตกลงงานแต่งนี้หรอก ตอนนี้ถือโอกาสถอนหมั้นซะเลยดี!
ในใจกำลังคิด ก็ได้ยินเสียงรถจักรยานมาถึงหน้าบ้าน
ใจสะดุ้งวาบ นางยืนขึ้นพลางตัวสั่น เมื่อสองสามวันก่อนนัดกันไว้ว่า วันนี้ไอ้หนูตระกูลเจียงจะมารับอวี้เหมยไปจดทะเบียนที่อำเภอ
เมื่อกี้ดีใจเกินไป เกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว
ในใจครุ่นคิดว่าจะพูดยังไงดี ใบหน้าก็ฉาบรอยยิ้มแล้ว เอามือล้างในกะละมังมันฝรั่ง ซับไปบนหน้าขาตัวเองสองที แล้วรีบลุกไปต้อนรับ
“เหวินฮ่าว! มาแต่เช้าเลย! เข้ามานั่งเร็ว ป้ากำลังทำกับข้าวอยู่”
เจียงเหวินฮ่าวจอดรถจักรยานให้มั่น ถือถุงผ้าที่แขวนอยู่บนแฮนด์ลงมา สีหน้าเรียบเฉยมองหวังซิ่วเจินแวบหนึ่ง
ในใจรู้สึกสงสัยเล็กน้อย
สองครั้งก่อนที่มา ยายแม่ยายในอนาคตนี่เคยต้อนรับขับสู้ร้อนรนแบบนี้ที่ไหน
วันนี้เป็นอะไรไป?
“ป้า นี่ผ้าสักหลาดแดงที่ป้ากับเธอบอกให้ผมซื้อ เอ้านี่!”
เจียงเหวินฮ่าวเดินถึงประตูก็ยื่นใส่มือหวังซิ่วเจิน “ป้าบอกให้เธอออกมา ทะเบียนบ้านผมเอามาแล้ว ไปจดทะเบียนเดี๋ยวนี้เลย จดให้เสร็จเร็วๆ จะได้จบเรื่อง เดี๋ยวผมจะรีบกลับ”
นี่ขนาดไม่อยากเข้าบ้านด้วยซ้ำ
หวังซิ่วเจินมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ในใจรู้สึกเสียดายเล็กน้อย ไอ้หนุ่มนี่หน้าตาดี สวยกว่าตาหยีๆ อย่างหวงหย่งตั้งเยอะ
รูปร่างก็ดูกำยำกว่าหวงหย่ง แค่มองก็รู้ว่ามีเรี่ยวแรง เป็นมือดีงานไร่นา
น่าเสียดาย หน้าตาดีใช้กินไม่ได้!
ทำนาเก่งก็หาเงินก้อนโตไม่ได้!
“เหวินฮ่าว เข้ามานั่งก่อน ป้า…มีเรื่องจะคุยด้วย!”
สบตาดำขลับของเจียงเหวินฮ่าว ในใจนางก็รู้สึกหวาดๆ
เจียงเหวินฮ่าวเริ่มรำคาญใจเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้า ก้าวขาเข้าไป
หวังซิ่วเจินรีบเข้าครัว หยิบชามสะอาด แล้วรื้อค้นหาชาใบหยาบมาชงชาหนึ่งถ้วยยกไปที่ลานบ้าน วางบนโต๊ะสี่เหลี่ยมเก่า
ในลานบ้านเงียบสงัด เจียงเหวินฮ่าวยิ่งรู้สึกสงสัย
ครอบครัวเฉินมีกันหกคน เด็กสองคนไปโรงเรียนเขารู้แล้ว นอกจากเฉินตงเม่ยที่เมื่อกี้เจอที่ริมแม่น้ำ ที่เหลือไปไหน?
เฉินอวี้เหมยกับพ่อของนางล่ะ?
นัดกันแล้วไม่ใช่หรือว่าจะจดทะเบียนวันนี้? ครอบครัวนี้จะเล่นตุกติกอะไรอีก
“เหวินฮ่าว ป้าจะทำมันฝรั่งทอด เดี๋ยวนายท่านของป้าไปบ้านป้าใหญ่อวี้เหมย เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว เจ้าอยู่กินข้าวด้วยกันนะ”
ไม่เอ่ยถึงเฉินอวี้เหมยเลยสักคำ
เจียงเหวินฮ่าวหน้ามืดลงในฉับพลัน
“ป้า หรือว่าใกล้จะแต่งงาน ครอบครัวป้าจะมาไม้เดิมอีก?”
“ตอนแรกคุณยายน้องของผมยืนยันรับรองงานแต่งของสองครอบครัวเรา ผมขัดพ่อแม่ไม่ได้ ตกลงแต่งกับครอบครัวป้า ตอนแรกพวกป้าบอกค่าสินสอดน้อยไป พ่อผมเลยเพิ่มให้สามร้อย ต่อมาป้าก็เอาจักรเย็บผ้ากับรถจักรยานอีก รถจักรยานที่บ้านผมก็มี จักรเย็บผ้าผมก็ซื้อให้ ใกล้ถึงวันแล้ว ป้าก็ให้ผมซื้อผ้าสักหลาดแดงให้เธออีก”
“ผ้าสักหลาดแดงนี่ก็ซื้อมาแล้ว วันนี้ก็ตกลงกันว่าจะไปจดทะเบียน ป้า แล้วเฉินอวี้เหมยล่ะ? เธอไปทำอะไร?”
มือหวังซิ่วเจินสั่น หน้าซีดเผือด ใจลอยเต็มหอบ
แต่พอคิดถึงอวี้เหมยของนางกำลังจะไปหาเงินก้อนโต ใจก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที
“ให้ตายสิ! ดูเจ้าเถอะ ยังไม่ได้แต่งงานเลย เจ้าก็ทำท่าทางแบบนี้ เจ้าเป็นแบบนี้ ป้าจะกล้าให้อวี้เหมยแต่งให้เจ้าได้ยังไง ถ้าเจ้าไม่มีความอดทนแค่นี้ ก็ถอนหมั้นเลย สินสอดอวี้เหมยของป้าถูกเจ้าทำให้เสียเวลาไปตั้งครึ่งปี ผ้าสักหลาดแดงนี่ก็ถือซะว่าเป็นค่าชดเชยให้นางเถอะ เงินสินสอดคืนเจ้าไปสองร้อย”
แววตาเจียงเหวินฮ่าวค่อยๆ คมกริบ มุมปากแสยะยิ้มเย็น
“สรุปว่า ป้าอยากถอนหมั้น? แถมยังไม่อยากคืนสินสอดกับเสื้อผ้าอีก?”
น้ำเสียงเย็นยะเยือก เหมือนเล็ดลอดออกมาจากซอกฟัน
หวังซิ่วเจินฟังแล้วสันหลังวาบ
“อวี้เหมยบ้านข้าบอกแล้ว นางคิดดีแล้ว ไม่อยากแต่งกับเจ้า นาง…อ๊าย! เจ้าจะทำอะไร?”
พูดยังไม่ทันจบ หวังซิ่วเจินก็ตกใจร้องเสียงหลง
เจียงเหวินฮ่าวทุบหมัดลงบนโต๊ะสี่เหลี่ยม โต๊ะสี่เหลี่ยมสั่นสะเทือนอย่างแรง กลางโต๊ะแตกเป็นรอยสองรอย น้ำในชามกระฉอกขึ้นมาสูง
“เอาที่ป้าพูดเมื่อกี้ พูดอีกทีซิ!”