ผู้คนด้านล่างเวทีมองหน้ากันไปมา ชั่วขณะนั้นกลับไม่มีใครกล้าเสนอราคาเพิ่ม
ทุกคนรู้ดีว่าคนในห้องส่วนตัวห้องนั้นเป็นใคร
แก่นอสูรร้ายขั้นสามแค่ชิ้นเดียว ไม่ใช่สมบัติล้ำค่าอะไรเสียหน่อย
ไม่คุ้มที่จะเป็นศัตรูกับเขา
“เงินหัวเซี่ยแปดแสนครั้งที่หนึ่ง!”
“เงินหัวเซี่ยแปดแสนครั้งที่สอง!”
“เงินหัวเซี่ยแปดแสนครั้งที่สาม!”
ปัง!
ค้อนประมูลไม้ฟาดลงอย่างแรง
“ยินดีกับคุณชายโจวลู่จากห้องหมายเลขสวรรค์ด้วย!”
ภายในห้องส่วนตัว
ชายร่างอ้วนคนหนึ่งกำลังนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟา
เขาหยิบผลวิญญาณลูกหนึ่งจากตะกร้าผลไม้ที่ทำจากศิลาน้ำแข็ง แล้วยัดเข้าปากกัดคำโต
“ถุย ๆ ๆ!”
“เปรี้ยวชะมัด!”
“ฉือซาน รับไป!”
เขากัดไปเพียงคำเดียวก็รีบคายทิ้ง แล้วโยนผลวิญญาณในมือไปด้านหลัง
ตรงนั้น
มีพยัคฆ์ยักษ์สีแดงเพลิงหมอบอยู่ ขนแผงคอทั่วร่างราวกับเปลวไฟที่ลุกโชน
ร่างมหึมาของมันกินพื้นที่เกือบหนึ่งในสามของห้องส่วนตัวทั้งห้อง
มันค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น อ้าปากแดงฉานงับผลวิญญาณที่ถูกโยนมาอย่างแผ่วเบา
มันเคี้ยวกร้วมไม่กี่ครั้งก็กินลงไป ลมหายใจร้อนผ่าวพ่นออกจากจมูกเป็นสายบาง ๆ จนอากาศเริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อย
“ผลซิ่งชิงหยวนลูกนี้รสชาติแย่ชะมัด!”
“ผลไม้ของหอหลินหลางนี่แย่ลงทุกปีจริง ๆ!”
เขาเหลือบมองฉือซานที่อยู่ด้านหลัง
“มีแต่สัตว์ร้ายอย่างแกนี่แหละที่ไม่เลือกกิน”
“วางใจเถอะ พอได้แก่นอสูรธาตุไฟชิ้นนี้มา ก็จะช่วยให้แกทะลวงขึ้นขั้นสามได้ทันที”
“ถึงตอนนั้นใครยังจะกล้าพูดอีกว่าโจวลู่เป็นคุณชายเสเพล!”
ฉือซานได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นช้า ๆ ก่อนเดินมาหาเขาแล้วหมอบลงอย่างเชื่อง ๆ
ในตอนนั้นเอง
เสียงประกาศของพิธีกรก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ขอเชิญพบกับของประมูลชิ้นต่อไป!”
เมื่อผ้าสีแดงถูกเปิดออก กิ่งไม้แห้งดำเกรียมท่อนหนึ่งก็ปรากฏต่อหน้าทุกคน
เมื่อเห็นสิ่งนี้
ผู้คนด้านล่างเวทีก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ทันที
“นี่มันอะไร ดำปี๋เชียว?”
“ไม่รู้สิ? ไม่มีกลิ่นอายอะไรเลย เหมือนกิ่งไม้ผุ ๆ ที่เก็บได้ข้างทางยังไงยังงั้น”
“ฉันเข้าร่วมงานประมูลของแท่นหมื่นสมบัติมาตั้งนาน นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นของประมูลแบบนี้”
