ตูม!
เสียงกระแสไฟฟ้าร้อนระอุระเบิดขึ้นจากด้านข้าง
ภาพถูกกัด ความเจ็บปวดแสนสาหัส และเลือดสด ๆ ที่ซูเสี่ยวเหนียนจินตนาการไว้ในหัว ล้วนไม่ได้เกิดขึ้น
สิ่งที่เข้ามาแทนคือแสงสีม่วงที่แม้ปิดเปลือกตาอยู่ก็ยังสัมผัสได้ จากนั้นก็มีเสียงทึบดังขึ้น ตามด้วยเสียงร่างหนัก ๆ ตกกระแทกพื้น
เธอลืมตาขึ้น
สุนัขล่าเนื้อกระดูกแตกทั้งสี่ตัวที่พุ่งเข้ามาล้มลงห่างจากเธอไปไม่ไกล
หน้าอกของพวกมันไหม้เกรียมเป็นแถบทั่วร่างมีสายฟ้าสีม่วงเส้นเล็ก ๆ แล่นวูบวาบ ขาทั้งสี่กระตุกไม่หยุด ปากส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างทุกข์ทรมาน สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
ไม่นานกลิ่นเนื้อย่างเหม็นคาวก็ลอยคลุ้งไปทั่วอากาศ
ซูเสี่ยวเหนียนรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมา แต่ก็ยังฝืนอดกลั้นไว้
เธอเงยหน้ามองไปข้างหน้า
เงาหลังของเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
เขาไม่ได้ตัวสูงใหญ่ ทว่ากลับยืนหยัดอย่างมั่นคงเป็นพิเศษ สายฟ้าสีม่วงพันรอบหัวไหล่และแขน จุดแสงเล็ก ๆ แตกเปรี๊ยะกลางอากาศ
เขาคือคนที่ขวางกั้นความตายเอาไว้
กู้หมิงเอียงหน้ามาเล็กน้อย สีหน้าเย็นชา
“ฉันมาช้าไปหรือเปล่า?”
ซูเสี่ยวเหนียนชะงักไป ใบหน้าแดงระเรื่อ ก่อนก้มหน้าลงน้อย ๆ ไม่กล้าสบตาเขา
“มะ...ไม่ค่ะ”
“ถอยไปอยู่ข้างหลัง”
โฮก!
ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน เงาดำทะมึนพุ่งออกมาจากพุ่มหญ้าอย่างฉับพลัน
มันคือสุนัขล่าเนื้อกระดูกแตกตัวที่ถูกจ้าวกังตบกระเด็นไปก่อนหน้านี้นั่นเอง
มุมปากของมันยังมีคราบเลือดที่ไม่แห้งดี ทว่าความเร็วยังคงน่าตกใจ!
ที่มันไม่ได้พุ่งโจมตีพร้อมกับสุนัขล่าเนื้อตัวอื่น ก็เพราะรอจังหวะที่กู้หมิงเผลอแบบนี้อยู่!
“ฉันเห็นแกตั้งนานแล้ว”
กู้หมิงไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้สุนัขล่าเนื้อกระดูกแตกจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม มือขวาพุ่งออกไปฉับพลัน
ปัง!
จากนั้นเขาก็คว้าคอมันไว้ได้อย่างแม่นยำ นิ้วทั้งห้ากำแน่น สายฟ้าสีม่วงทะลักจากฝ่ามือเข้าสู่ร่างมันไม่หยุด
