วันที่หกหลังมหันตภัย เวลา 6 โมงเช้ามืด เสียงนาฬิกาปลุกแหลมบาดหูดึงสู่อวี้ออกจากห้วงหลับตื้น ๆ
เขาลืมตาขึ้น ปฏิกิริยาแรกคือเอื้อมมือไปควานหาปืนพกใต้หมอน
สัมผัสเย็นเฉียบของโลหะทำให้ประสาทตื่นตัวทันที ท้องฟ้านอกหน้าต่างยังขมุกขมัว แต่พอมองเห็นเค้าโครงของลานบ้านแล้ว
สู่อวี้พลิกตัวลงจากเตียง เท้าเปล่าเหยียบพื้นซีเมนต์เย็นเยียบ ก่อนเดินไปที่หน้าต่างเพื่อมองออกไปข้างนอก
พื้นซีเมนต์ในลานบ้านแห้งสนิท
หิมะประหลาดที่ตกกลางเดือนมิถุนายนเมื่อคืนวานหยุดลงหลังจากผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง
บนพื้นไม่มีหิมะสะสมหรือร่องรอยน้ำแข็งจับ มีเพียงเศษน้ำแข็งสีขาวก้อนเล็ก ๆ หลงเหลืออยู่ตรงมุมกำแพงด้านอับแสงไม่กี่ก้อน
สู่อวี้ผ่อนลมหายใจขุ่นมัวออกมา
นับว่ายังโชคดีท่ามกลางเคราะห์ร้าย อย่างน้อยถนนก็ไม่เป็นน้ำแข็ง ความเร็วในการเดินทางของขบวนรถจะได้ไม่ถูกถ่วง
เขาสวมเสื้อแจ็กเก็ตกันลม เปิดประตูแล้วเดินลงชั้นล่าง
ในห้องนั่งเล่น เจียงยฺหวิ่นเฮ่านั่งงีบอยู่บนเก้าอี้เอน มือยังกำขวานดับเพลิงไว้ พอได้ยินเสียงฝีเท้าก็ลืมตาขึ้นทันที ร่างกายเกร็งตรงแน่ว
“พี่สู่ ตื่นแล้วเหรอครับ?”
“อืม ลำบากนายแล้ว” สู่อวี้ตบไหล่เขาเบา ๆ “ไปปลุกคนอื่น เตรียมออกเดินทาง”
เจียงยฺหวิ่นเฮ่าลุกขึ้นยืดคอที่แข็งตึง แล้วหันหลังเดินขึ้นชั้นบน
สู่อวี้เดินไปที่ห้องครัว เย่ชุนเหมย์อยู่ที่นั่นแล้ว บนเตามีข้าวคลุกเนื้อหมักอุ่นร้อนอยู่กะละมังใหญ่
เธอกำลังใช้มือปั้นข้าวเป็นก้อน ๆ แล้วห่อด้วยพลาสติกถนอมอาหาร
“แม่ ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“นอนไม่หลับ เลยตื่นมาทำของพวกนี้ให้เสร็จเสียแต่เนิ่น ๆ”
