ท่ามกลางความมืดมิด ขบวนผู้คนค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปข้างหน้า
ใบหน้าของผู้คนรอบข้างเต็มไปด้วยความด้านชาและหวาดกลัว บางครั้งก็มีเสียงสะอื้นแผ่วเบา ก่อนจะถูกคนข้าง ๆ ถลึงตาใส่จนหยุดลง
เวลาผ่านไปทีละวินาที สู่อวี้พลันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
จู่ ๆ ทิศทางลมก็เปลี่ยนไป ลมกรรโชกหอบเอาเกล็ดน้ำแข็งเย็นเยียบพัดหวีดผ่าน ราวกับมีใครสาดถังน้ำแข็งจากฟากฟ้า
อุณหภูมิเริ่มลดฮวบ!
“ไม่ชอบมาพากล...” สู่อวี้เอ่ยเสียงเบา ยังพูดไม่ทันจบ
“คลื่นหนาวมาแล้ว!” ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมา
ลมหนาวบาดราวกับคมมีด ปะทะใบหน้าจนเจ็บแสบ
เพียงไม่กี่นาที อุณหภูมิก็ลดฮวบจากประมาณศูนย์องศาไปต่ำกว่าศูนย์สิบกว่าองศา และยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง
สู่หางเผลอโอบไหล่เย่ชุนเหมย์ไว้ ร่างทั้งร่างหดงอลง
ผู้รอดชีวิตที่อยู่ท้ายขบวนบางคนซึ่งมีเสื้อผ้ากันหนาวไม่เพียงพอเริ่มทนไม่ไหว
ตอนแรกก็แค่ตัวสั่น ไม่นานริมฝีปากของบางคนก็เปลี่ยนเป็นสีม่วง มือเท้าแข็งทื่อ ก่อนจะล้มฟาดลงกับพื้นและไม่ลุกขึ้นมาอีก
ฝูงชนพลันแตกตื่น
“ไม่ไหวแล้ว! ถ้ายืนต่อไปต้องแข็งตายแน่!”
“หาที่หลบเร็ว! รีบหาที่หลบลม!”
ขบวนที่ยังพอเป็นระเบียบอยู่เมื่อครู่พังทลายลงในชั่วพริบตาท่ามกลางความมืด
ผู้คนแห่กันไปยังอาคารร้างผุพังรอบ ๆ ราวกับฝูงมดที่ถูกรบกวน ต่างพากันหามุมหลบลมหลบฝน
อาคารรอบจุดตรวจโรคทั้ง 50 จุดกลายเป็นที่หมายตาที่สุด
ทุกคนต่างอยากแย่งห้องที่อยู่ใกล้จุดตรวจโรคที่สุดและกันลมได้ดีที่สุด จะได้ทั้งให้ความอบอุ่น
และคอยสังเกตความเคลื่อนไหวของสถานีตรวจโรค เพื่อจะได้พุ่งเข้าไปทันทีที่คนบางตา
