โจวเยี่ยนเหิงขมวดคิ้วขึ้นมาในที่สุด
ความต้องการของชายคนนี้มากกว่าที่เขาคาดไว้เสียอีก
ไม่สิ จะบอกว่าโลภมากก็ไม่ถูกนัก พูดให้ตรงคืออีกฝ่ายไม่เห็นข้อเสนอเย้ายวนที่เขาหยิบยื่นให้มีค่าอยู่ในสายตาเลยต่างหาก
“คุณสู่อยากได้อะไรกันแน่?” โจวเยี่ยนเหิงกดความรู้สึกแปลกใจในแววตาลง พยายามประคองบรรยากาศให้มั่นคง
“สามอย่าง” สู่อวี้ชูสามนิ้วขึ้นอย่างไม่รีบร้อน
“อย่างแรก ผมอยากรู้ที่มาที่แท้จริงของเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ รวมถึงขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่จับได้จนถึงจัดการมัน”
รอยยิ้มตรงมุมปากของโจวเยี่ยนเหิงชะงักไปเล็กน้อย
“อย่างที่สอง ต่อไปเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ที่ส่งให้ผม ผมไม่เอาเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่หั่นไว้แล้ว ขอเป็นทั้งตัว”
ด้านนอกทางเดิน ชายร่างใหญ่ที่เฝ้าประตูหันขวับ คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน สายตาคมกริบราวใบมีดกวาดผ่านเข้าไปในห้อง
“อย่างที่สาม...” สู่อวี้ผ่อนจังหวะการพูด แต่ละคำหนักแน่นชัดถ้อยชัดคำ
“ผมอยากรู้ข้อมูลลับบางอย่างที่คนธรรมดาไม่มีทางเข้าถึง อย่างเช่น วันที่หกหลังเกิดภัยพิบัติ ภายในเมืองซิงเฉิงเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
สิ้นคำ ห้องทั้งห้องก็เงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มตก
โจวเยี่ยนเหิงตกอยู่ในความเงียบเนิ่นนาน
อากาศราวกับแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง
หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาขยับเข้าไปใกล้ครึ่งก้าวอย่างแนบเนียน โน้มตัวลงกระซิบเตือนข้างหูด้วยเสียงแผ่วเบา
“ในห้องนี้...มีกลิ่นเนื้อสัตว์กลายพันธุ์”
เปลือกตาของโจวเยี่ยนเหิงกระตุกทันที
การหาเนื้อสัตว์มาได้หมายความว่าคนกลุ่มนี้ไม่เพียงมีกำลังต่อสู้ แต่ยังมีโอกาสสูงว่าจะติดต่อกับกลุ่มอิทธิพลอื่นแล้วด้วย
