ฟางชิ่งหลินได้สติขึ้นมาทันที เขากัดปลายลิ้นแน่น อาศัยความเจ็บปวดข่มกลืนความตื่นตระหนกที่จุกอยู่ในลำคอลงไป
เขารายงานระดับความเสียหายจากการถล่มบริเวณช่องโหว่และจำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายของทั้งสองกองพันอย่างรวดเร็ว
ลู่เจิ้นซานโน้มตัวลง สายตากวาดผ่านสัญลักษณ์สีแดงกับน้ำเงินบนโต๊ะราวกับคมมีด
“ถอนกำลังทั้งหมดออกจากแนวป้องกันสำรองที่สอง ไม่ต้องอุดช่องโหว่แล้ว เปลี่ยนเป็นตั้งรับแบบป้องกันเป็นชั้นลึก”
เขายกมือขวาขึ้น ฝ่ามือฟาดลงตรงขอบแนวป้องกันด้านใต้ของแผนที่อย่างแม่นยำ
“คำนวณข้อมูลการยิงของกองพันขีปนาวุธใหม่ ล็อกเป้าหมายทั้งหมดไว้ล่วงหน้า ถ้าไม่มีคำสั่งจากฉัน ใครกล้ายิงแม้แต่นัดเดียว ฉันยิงมันทิ้งแน่!”
นายทหารฝ่ายประสานงานป้องกันภัยทางอากาศคนหนึ่งทนไม่ไหวอีกต่อไป ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น เขาเงยหน้าขึ้นจากหลังคอมพิวเตอร์ เสียงสั่นเครือ
“ท่าน...ท่านครับ ถ้าไม่จัดการสัตว์ประหลาดบนฟ้านั่น แนวตึกสูงของเราต้านไม่อยู่แน่!”
ลู่เจิ้นซานค่อย ๆ ยืดตัวขึ้น
เขาเอียงหน้าเล็กน้อย จ้องนายทหารคนนั้นเพียงแวบเดียว
นายทหารสะดุ้งกับสายตานั้น คำพูดติดอยู่ที่ปลายลิ้น ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงสองครั้ง ก่อนรีบก้มหน้ากดแป้นพิมพ์ดังรัว ไม่กล้าพูดอีกแม้แต่คำเดียว
เส้นเลือดฝอยในดวงตาฟางชิ่งหลินแดงก่ำราวกับเลือดจะหยด เขาหันไปมองลู่เจิ้นซาน เสียงแผ่วลง
“ท่านนายพล...วันนี้เรายังจะรักษาแนวไว้ได้ไหมครับ?”
มือที่กำลังพลิกแผ่นยุทธวิธีของลู่เจิ้นซานชะงักไป
ผ่านไปหลายวินาที เขาจึงเงยหน้าขึ้น สายตามองข้ามฟางชิ่งหลินไปยังแสงเพลิงที่วาบขึ้นนอกหน้าต่างไม่ขาดสาย
