เซิ่งซืออวี่ไม่คิดว่าตี้ซื่อจิ่งจะยังไม่ไป ตกใจสะดุ้งเลย
แต่เธอไม่ได้กลัวอะไร หันกลับไปตอบว่า “ฉันไม่ได้พูดผิด พวกคุณรวมหัวกันรังแกจื้ออี้หลายครั้ง นี่มันเรื่องจริงไม่ใช่เหรอ แค่ว่าพวกคุณไม่ใช่คนดีก็ถือว่าเบาแล้วนะ”
“ประธานเซิ่งกับคุณหนานสนิทกันเหรอครับ”
ตี้ซื่อจิ่งหรี่ตาลงเล็กน้อย ย้อนถาม
“ก็แน่นอนสิ เธอเป็นเพื่อนสนิทของฉัน...”
เซิ่งซืออวี่เกือบลืมไปแล้วว่าเพื่อนสนิทของตัวเองใส่หน้ากากไว้ต่อหน้าผู้ชายคนนี้ รีบต่อทันที “...ผู้ช่วยไง เธอทำงานเก่งมาก ฉันให้ความสำคัญกับเธอมาก เพราะฉะนั้น ฉันจะบอกคุณไว้ก่อนนะ ฉันกับอเล็ตต้าไม่มีทางไปช่วยหนานหว่านเยว่หรอก แนะนำให้คุณตัดใจซะด้วย”
ตี้ซื่อจิ่งพยักหน้า บอกว่า “ไม่เป็นไรครับ วันนี้ผมมาไม่ใช่เรื่องนั้น ผมมาหาหนานจื้ออี้ เธอมาโรงพยาบาลไม่ใช่เหรอครับ ทำไมไม่เห็นตัวเธอเลย”
คำพูดนี้ทำให้เซิ่งซืออวี่ตกใจเลย
เขารู้ได้ไงว่าจือจือมาโรงพยาบาล
เซิ่งซืออวี่ปฏิเสธทันที “เธอไม่ได้มานะ”
ตี้ซื่อจิ่งหรี่ตาลงเล็กน้อย บอกว่า “เธอบอกผมเองเมื่อวานว่าวันนี้จะมาเยี่ยมคนไข้”
เป็นไปไม่ได้
เซิ่งซืออวี่ไม่เชื่อเลย
จือจือจะบอกผู้ชายคนนี้เรื่องที่เธอไปที่ไหนด้วยตัวเองได้ยังไง
ตี้ซื่อจิ่งเห็นความสงสัยในแววตาของเซิ่งซืออวี่ก็เข้าใจดีว่า ถ้าไม่เฉลยให้หมดวันนี้คงเค้นข่าวคราวของหนานจื้ออี้ไม่ได้สักคำ
เขาจึงบอกไปตรงๆ เลยว่า “ช่วงนี้คุณหนานช่วยรักษาแผลให้ผม ก็เลยบอกเรื่องที่ต้องออกไปด้วยตัวเอง จะได้ไม่พลาดเวลาที่ผมต้องทายา...
