หนานจื้ออี้ฟังน้ำเสียงของอีกฝ่ายแล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
เธอขมวดคิ้ว กดความรู้สึกขุ่นเคืองไว้ในใจ ขี้เกียจจะพูดจาไร้สาระ จึงถามตรงๆ ว่า “ประธานหลิงมีจุดประสงค์อะไร ก็เชิญพูดตรงๆ เถอะค่ะ”
“คุณหนานก็ใจร้อนจริงๆ แต่พอดีเลย ผมเองก็เป็นคนใจร้อนเหมือนกัน…”
หลิงมู่เหย่ยิ้มเจ้าเล่ห์ จากนั้นยกแก้วเหล้าตรงหน้าขึ้นมาจิบ ก่อนจะพูดว่า “ผมมีจุดประสงค์เดียวเท่านั้น ก่อนหน้านี้เพราะคุณ ตระกูลหลิงของเราสูญเสียสูตรน้ำหอมไปหนึ่งตำรับ ดังนั้นวันนี้ผมเลยอยากมาคุยเรื่องความร่วมมือใหม่กับคุณ ผมได้ยินผู้จัดการทั่วไปของบริษัทเราบอกว่า เขาเคยยื่นข้อเสนอที่จริงใจให้กับ ZELING แล้ว แต่ว่าทางบริษัทคุณไม่ได้รับไว้ เหรอครับ?”
มองท่าทีที่ค่อนข้างอันตรายของอีกฝ่าย หนานจื้ออี้รู้ดีว่าเรื่องคืนนี้คงยังไม่จบง่ายๆ
เธอขมวดคิ้ว เตรียมจะเปิดปากพูด แต่เซิ่งซืออวี่กลับชิงตัดหน้าไปก่อน
“ไม่มีเรื่องแบบนั้นเสียหน่อย!”
เธอตีหน้าซื่อปนจริงจังอย่างช่ำชอง พลางพูดว่า “ก่อนหน้านี้ฉันคุยกับตระกูลหลิงไปแล้ว เรื่องความร่วมมือต้องหารือกันอีกขั้น ยังไม่ได้ปฏิเสธ”
หลิงมู่เหย่ฟังจบ สายตาก็แฝงแววเหยียดหยามอยู่หลายส่วน ถามว่า “อย่างนั้นเหรอ? งั้นตอนนี้พวกคุณหารือกันเรียบร้อยหรือยัง? ไหนบอกคำตอบมาเลยจะได้ไม่ต้องเสียเวลากันและกัน ใช่ไหม?”
หนานจื้ออี้สีหน้าหมองลง
เธอจับได้ถึงคำขู่ในคำพูดของหลิงมู่เหย่!
ดูท่าแล้วที่ก่อนหน้านี้ไม่ตอบตกลงร่วมมือด้วยนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
ร่วมมือกับคนแบบนี้ ไม่ต่างอะไรกับการเสือกหาเรื่องใส่ตัว แค่ ZELING เองเกรงว่าอาจถูกอีกฝ่ายกลืนกินไปเลย
หนานจื้ออี้ชั่งใจอยู่ในใจหลายรอบ ก่อนจะฝืนเอ่ยปากพูดว่า “ประธานหลิงคะ ความร่วมมือกันนั้นต้องมาจากความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่การบังคับซื้อขาย คุณทำแบบนี้ ไม่ค่อยเหมาะสมนะคะ?”
